สู่อิสรภาพทางการเงิน

ดร.ไพบูลย์ :: วันนี้ผมจะนำทีมไปพูดเรื่อง “สู่อิสรภาพทางการเงิน” ให้กับ นศ. โครงการ flex ที่นิด้า ร่วมๆ 200 คน ฟังกันก่อนจบ
….พูดถึงอิสระภาพทางการเงิน ฟังดูหรูหรา น่าไขว่คว้า แต่จริงๆแล้วมันหมายถึงอะไรกันแน่
…ความเข้าใจของผมคือ คนที่มีอิสระภาพทางการเงิน จะมีเงินเก็บเงินออมพอที่จะให้เงินเหล่านั้น ทำงานให้ผลตอบแทนพอเลี้้ยงเราได้ โดยเราไม่จำเป็นต้องทำงานหากไม่อยากทำ
…พูดง่ายๆคือรวยแล้ว ไม่ต้องทำงานก็ได้
แต่รวยแล้วกับพอแล้วนี่ ถือว่าต่างกันครับ
…รวยแล้ว อาจจะรวยอีก อยากรวยอีก แบบนี้ถือว่าแต่มีอิสระภาพทางการเงิน แต่หากไม่สามารถปลดปล่อยจิตใจให้ห่างกิเลส หรือเป็นอิสระภาพจากกิเลส อิสระภาพทางการเงินก็แทบไม่มีประโยชน์
…ผมคิดว่าที่สำคัญคือ มีอิสระภาพจากกิเลส
เพราะหากเรามีอิสระภาพจากกิเลส เราจะมีอิสระภาพทางการเงิน อิสระภาพทางการงาน อิสระภาพทางใจ อิสระภาพทาง……… อีกมากมาย
….ไม่มีกิเลส หรือมีน้อย หรือกำลังเดินไปในเส้นทางที่จะลดกิเลส น่าจะมีความสำคัญมากกว่าอิสระภาพทางการเงินนะครับ
………………..
ผมว่าจะไปเล่าให้ นศ ฟังแบบนี้แหละ พวกเราว่าเขาจะคิดยังไงครับ

Tom Prabyai :: ตอนผมเรียนมหาลัยก็มีอาจารย์ท่านนึงพยายามสอนอย่างนี้เหมือนกัน แต่ไม่มีใครสนใจหรอกคับ ผมก็ไม่สนใจ.. จนทุกวันนี้ผมก็ใช้ชีวิตตามหลักการนี้ แต่ก็ผ่านไปเกือบ 20 ปี กว่าจะเริ่มเข้าใจ… นึกถึงอาจารย์ท่านนั้นทีไรก็รู้สึกขอบคุณ รู้สึกโชคดี และรู้สึกเสียดายคับ บางทีมันต้องใช้เวลาคับกว่าจะเห็นดอกบัวเป็นดอกบัว

ดร.ไพบูลย์ :: คุณ Top Prabyai ครับ กรุณาส่งข่าวไปให้ อ.ท่านนั้นทราบนะครับว่าคำสอนของท่านมีผลกับชีวิตเรา ท่านจะได้มีกำลังใจสอนคนอื่นๆต่อไปครับ เพราะครั้งหนึ่งผมเองก็หมดแรงหมดกำลังใจในการถ่ายทอดความคิดออกไปให้ นศ ครับ

Tom Prabyai :: อาจารย์อย่าพึ่งท้อนะคับ ก็เมล็ดพันธุ์ที่อาจารย์เลือกเพาะหว่าน มันขึ้นยากกับสภาพพื้นดินในปัจจุบันนี่คับ แต่ถ้ามันขึ้นที่ไหนก็จะให้ดอกผลและร่มเงาที่ยั่งยืนคับ

Credit: ดร.ไพบูลย์ เสรีวิวัฒนา & คุณ Tom Prabyai @ Money Talk Group FB