เรื่องจริงไม่อิงนิยาย / คนขายของ

การลงทุนในหุ้นสามารถสร้างความมั่งคั่งได้จริงหรือ? เป็นคำถามที่หลายๆคนคงสงสัย โดยเฉพาะ อย่างยิ่งในเวลานี้ที่ตลาดหุ้นมีความผันผวนอย่างมาก ผมเชื่อว่าคนที่มีฐานะปานกลางในสังคมไทย ส่วนใหญ่น่าจะเคยมีประสบการณ์การลงทุนในหุ้น แต่มีหลายคนเลิกสนใจการลงทุนเมื่อเจอวิกฤตตลาดหุ้น จนมูลค่าของพอร์ตลดลงอย่างน่าใจหาย ทำให้หลายคนขายหุ้นล้างพอร์ตไม่หันหน้ากลับมาลงทุนอีก หลายคนลงทุนในหุ้นเหมือนเป็นรายได้เสริม ซื้อๆขายๆในระยะสั้น ได้เงินมาเลี้ยงเพื่อนบ้าง ซื้อมือถือใหม่บ้าง แต่ไม่กล้าที่จะลงทุนแบบมีนัยยะสำคัญ มีบางคนอ้างว่านักลงทุนที่ประสบความสำเร็จนั้นส่วนใหญ่มีการศึกษาสูง เป็นคนเคยทำงานในแวดวงการเงินบ้าง รู้ข้อมูลวงในบ้าง จึงประสบความ สำเร็จ คนธรรมดาไม่ได้เรียนสูงและทำงานเป็นลูกจ้างคงไม่มีวัน ในบทความนี้ผมของยกเรื่องจริง ของชายธรรมดา นามว่า Ronald Read มาเล่าสู่กันฟัง Ronald Read หลังจากรับใช้ชาติด้วยการไปรบในสงครามโลกครั้งที่สอง เขากลับมาทำงานเป็น เด็กปั๊มที่รัฐ Vermont จนเกษียณ หลังเกษียณเขาทนอยู่เฉยๆไม่ได้ เลยไปสมัครเป็นพนักงาน ทำความสะอาดที่ห้างสรรพสินค้า JC Penny ชายผู้ใช้ชีวิตธรรมดา ขับรถโตโยต้ามือสองคันเล็กๆ ใส่เสื้อผ้าเก่าๆ กลายเป็นข่าวใหญ่ในอเมริกาเมื่อเขาเสียชีวิตลงในปีที่แล้ว พร้อมพินัยกรรมบริจาคเงิน ราว 4.5 ล้านเหรียญให้กับโรงพยาบาล และ อีก 1.5 ล้านเหรียญให้กับห้องสมุด จากสินทรัพย์รวม ที่เขามีอยู่ทั้งหมดราว 8 ล้านเหรียญ ผู้คนต่างสงสัยว่าเขามีเงินขนาดนี้ได้อย่างไร? […]

อารมณ์ของนักลงทุน/ดร.นิเวศน์ เหมวชิรวรากร

สิ่งที่นักลงทุนจะต้องคิดและจัดการนั้น นอกจากการศึกษาหาข้อมูลและวิเคราะห์กิจการและตัวหุ้นแล้วก็คือ “อารมณ์และความรู้สึก” ของตัวเองเวลาลงทุน เพราะเรื่องนี้มีผลต่อความสำเร็จ อาจจะไม่น้อยไปกว่าความสามารถในการเลือกหุ้น ลองมาดูกันว่ามีอารมณ์ที่สำคัญอะไรบ้างที่เราจะต้อง “ควบคุมดูแล” หรือจัดการให้อยู่ในสภาพที่เหมาะสมเพื่อที่จะได้ลงทุนอย่างมีประสิทธิภาพ ความโลภ นี่เป็นอารมณ์ที่สำคัญมากที่มักจะมีผลกระทบต่อการลงทุนอย่างแรง สุภาษิตโบราณของไทยบอกว่า “โลภมากมักลาภหาย” แต่ในการลงทุนนั้น นอกจากลาภจะหายแล้ว เราก็อาจจะ “หมดตัว” ได้ด้วย ความโลภในเรื่องของการลงทุนนั้นก็คือ เราไม่ได้ต้องการเพียงผลตอบแทนที่ “เหมาะสม” จากการลงทุนซึ่งมักจะมาพร้อมกับความเสี่ยงที่เหมาะสมด้วย แต่เรา “โลภมาก” อยากได้ผลตอบแทนที่สูงลิ่วเกินกว่าที่ตัวกิจการหรือหุ้นจะให้ได้ ดังนั้นหลาย ๆ คนจึงใช้ “เครื่องมือขยายผล” ที่จะเพิ่มผลตอบแทน เช่น การเล่นหุ้นด้วยมาร์จินซึ่งก็คือการกู้เงินมาลงทุน หรือแทนที่จะลงทุนในหุ้นปกติก็ไปเล่นวอแร้นต์ของหุ้นที่มักมีราคาต่ำและราคาขึ้นลงบางทีเป็นหลายเท่าของหุ้นตัวแม่ ผลที่เกิดขึ้นก็คือ ความเสี่ยงของการลงทุนเพิ่มขึ้นมาก และมีโอกาสที่เราจะ “หมดตัว” นั่นก็คือ ถ้าหุ้นตกหนักถึงจุดหนึ่งในช่วงเวลาหนึ่ง เงินลงทุนของเราอาจจะกลายเป็นศูนย์ได้ ดังนั้น ถ้าไม่มีเหตุผลที่ชัดเจนจริง ๆ แล้วละก็ เราก็อย่าไปโลภขนาดนั้น ถ้าหุ้นมันดีจริงเราก็กำไรดีมากอยู่แล้ว ไม่มีความจำเป็นที่จะต้องไป “รีบรวย” เกินไป ความโลภนั้น ยังทำให้เรา “ทุ่มซื้อหุ้น” ในยามที่ตลาดหุ้นร้อนแรงมากกว่าปกติเพราะเราเห็นว่าจะทำเงินได้มาก นี่ก็เป็นสิ่งที่เกิดขึ้นตลอดมานั่นก็คือ คนจำนวนมากนั้น […]

[email protected]รอบเช้า-หัวข้อ&สัมภาษณ์พิเศษ

สรุปโดย คุณ i-salmon @ThaiVI Money talk at SET9Aug2015 รอบเช้า เป็นสัมมนารอบพิเศษจัดสำหรับผู้ที่ได้ร่วมทำความดีตามกติกา หลายๆท่านได้ไปบริจาคเลือด/เกล็ดเลือด/ร่างกาย รวมถึงการทำบุญทำทานหรือทำสาธารณะประโยชน์ต่างๆ ขออนุโมทนาบุญกับทุกท่านด้วย ขอให้ทุกท่านมีความสุขทั้งทางกายและใจครับ ขอบคุณท่านผู้เสียสละและสนับสนุนการจัดกิจกรรมนี้ที่ช่วยส่งเสริมให้พวกเราได้ทำความดีร่วมกันครับ เนื้อหาสัมมนาช่วงเช้า แบ่งเป็น 2 หัวข้อ 1) จุดตัดธรรมะกับการลงทุน แขกรับเชิญ คุณชาย มโนภาส พิธีกร คุณวิบูลย์ และคุณนุช วราพรรณ 2) สัมภาษณ์ Exclusive เปิดเบื้องลึกเบื้องหลัง ที่ไม่เคยเปิดเผยมาก่อน แขกรับเชิญ อ.ไพบูลย์ และ หมอพงษ์ศักดิ์ สัมภาษณ์โดย คุณเวบ พรชัย และคุณวิบูลย์ หัวข้อ1 จุดตัดธรรมะกับการลงทุน แขกรับเชิญ คุณชาย มโนภาส พิธีกร คุณวิบูลย์ และคุณนุช วราพรรณ คุณชาย เปรียบเทียบจากรูปรางรถไฟคู่ขนาน แต่ไม่ตัดกัน ชวนให้คิดว่าการลงทุนกับธรรมะจะตัดกันได้อย่างไร? ธรรมะจะมาเสริมการลงทุนได้อย่างไร? […]

ข่าวดีเศรษฐกิจไทย? /วีระพงษ์ ธัม

ประเทศไทยในเวลานี้เหมือนกับขาด “ข่าวดี” มาอย่างยาวนาน แทบจะพลิกหาข่าวดีไม่เจอในหน้าหนังสือพิมพ์ แต่ในวิกฤตย่อมเกิดโอกาส ในข่าวร้ายก็มีข่าวดีแฝงเสมอ ผมจะลองมองต่างมุมกับข่าวเศรษฐกิจไทย การส่งออกที่ชะลอตัวอย่างมากในปีนี้ แท้จริงแล้วถ้าดูในรายละเอียด ส่วนที่ส่งออกลดลงอย่างมาก ก็เนื่องจาก “ราคา” สินค้าประเภทโภคภัณฑ์ที่ลดลงอย่างรุนแรง เช่น สินค้าเกษตร สินค้าที่เกี่ยวข้องกับราคาน้ำมัน แต่สำหรับสินค้าบางอย่างเช่น รถยนต์ ก็แสดงให้เห็นตัวเลขที่เติบโต โดยเฉพาะหมวดรถกระบะซึ่งแสดงถึงความแข็งแรงของภาคยานยนต์ของไทย นอกจากนั้นในช่วงเวลานี้ ประเทศก็เริ่มแก้ไขปัญหาที่คาราคาซังมานาน เช่นการประมง การเกษตรที่มีประสิทธิภาพต่ำ นำมาซึ่งผลดีในระยะยาว ส่วนสินค้าหมวดอิเล็กโทรนิคโดยเฉพาะฮาร์ดดิสก์หลังจากโดนผลกระทบมาโดยตลอดก็เริ่มตั้งตัวและหาพื้นที่เติบโตได้ ธุรกิจอาหารก็เริ่มสร้างมูลค่าเพิ่มมากขึ้นเรื่อย ๆ ดังนั้นการส่งออกแม้ฝืดไปบ้าง แต่ก็ยังเป็นเครื่องจักรสำคัญที่กำลังผ่านช่วงปรับตัว ในแง่การส่งออก “บริการ” เราทำได้อย่างโดดเด่น แม้ว่าตลาดรัสเซียจะหดตัวอย่างรุนแรงแต่ยอดนักท่องเที่ยวเติบโตเป็นตัวเลขสองหลักอย่างต่อเนื่อง ธุรกิจที่เกี่ยวเนื่องกัน เช่นโรงแรม สปา บริการทางการแพทย์ ก็มีผลประกอบการเติบโตอย่างแข็งแกร่งและกำลังเป็นพระเอกของประเทศในอนาคต ยังไม่นับธุรกิจ “โรงเรียน” ซึ่งผมเห็นแนวโน้มเติบโตโดยตลอด โดยเฉพาะธุรกิจโรงเรียนนานาชาติหรือภาคอินเตอร์ เรียกได้ว่าบริษัทจดทะเบียนไทยในหมวดบริการค่อย ๆ ก้าวขึ้นเป็นผู้เล่นระดับภูมิภาคหรือระดับโลกแล้ว ตลาดอสังหาริมทรัพย์ที่มีข่าวร้ายมาโดยตลอด ตั้งแต่ปีที่แล้วที่ตลาดต่างจังหวัดชะลอตัว และตลาดกรุงเทพฯ โดยเฉพาะคอนโดมิเนียมหดตัวอย่างรวดเร็ว ก็มีข่าวดีซ่อนอยู่ คือ การที่เราเริ่มเห็นนักลงทุนหรือผู้ซื้อจาก “ต่างประเทศ” เข้ามาซื้อคอนโดฯในประเทศไทยจำนวนมาก […]

สรุปความรู้งาน meeting VI เหนือตอนล่าง Jul 2015

โดย คุณ earthcu @ThaiVI เนื่องด้วยมีโอกาสได้ไปร่วมงาน Meeting VI เหนือตอนล่าง ในวันที่ 19 กรกฎาคม 58 ที่ผ่านมา จึงอยากจะสรุปความรู้ที่ได้จากงานครั้งนี้บางส่วนเผื่อเป็นประโยชน์ต่อเพื่อนนักลงทุนท่านอื่นๆที่ไม่ได้มาร่วมงานนี้ครับ 1.ทัศนคติสำคัญที่สุดในการลงทุนและการควบคุมอารมณ์ก็เป็นปัจจัยที่สำคัญสำหรับการลงทุน โดยนักลงทุนต้องพิจารณาให้ได้ว่าบริษัทไหนดีหรือไม่ดีแล้วส่วนที่เหลือคือเรื่องการควบคุมอารมณ์ การที่เราดูข่าวมากจนเกินไปหรือเฝ้าหน้าจอเยอะอาจจะทำให้นายตลาดเป็นส่วนหนึ่งกับตัวเรา ซึ่งการที่แยกตัวเราออกจากนายตลาดนั้นเป็นเรื่องยาก แต่ถ้าสามารถทำได้ก็เป็นปัจจัยหนึ่งที่สามารถทำให้เราประสบความสำเร็จ 2.การลงทุนนั้นสู้กันด้วยความคิด (เงินต้นนั้นอาจจะเป็นปัจจัยที่ไม่สำคัญเท่าความคิด) ไม่ได้วัดกันที่หน้าตาของนักลงทุน สมองใช้เพื่อคิดว่าบริษัทไหนดีไม่ดี ส่วนใจมีไว้เพื่อควบคุมอารมณ์ นอกจากการวัดกันที่ความคิดแล้วนั้น การลงทุนให้ประสบความสำเร็จนั้นวัดกันที่ความขยัน รวมไปถึง passion ในการศึกษาหาความรู้เกี่ยวกับหุ้น และรวมไปถึงการที่ต้องมีความคิดที่เป็นอิสระ โดยต้องพยายามไม่ให้ความคิดของคนอื่นมีอิทธิพลต่อตัวเรา 3.การลงทุนนั้นไม่มีทางลัด อย่าไปคิดว่าการลงทุนแค่ 1-2 ปีจะทำให้เรารวยได้ โดยทั่วไปแล้วจำเป็นที่จะต้องใช้เวลาในระดับหนึ่งถึงจะทำให้เราประสบความสำเร็จ เช่น 10 ปี 15 ปีขึ้นไป สำหรับคนที่ลงทุนในหุ้นปั่นนั้น อาจจะเป็นคนที่ไม่สามารถควบคุมความโลภของตัวเองได้ ทำให้ในบางครั้งตลาดอาจจะลงแค่ 10% แต่หุ้นปั่นบางตัวราคาอาจจะลงไปได้ถึง 70-80% ซึ่งอาจจะทำให้ขาดทุนอย่างหนักได้ 4.Social media อาจจะทำให้เราไขว้เขวได้ ซึ่งการที่เราเล่น line หรือ facebook […]

เศรษฐกิจไทย/ดร.ศุภวุฒิ สายเชื้อ

การฟื้นตัวทางเศรษฐกิจแบบค่อยเป็นค่อยไปของไทย หรือไปไม่ค่อยเป็นและกำลังจะเป็นไปทำให้เกิดคำถามมากมายเกี่ยวกับอนาคตทางเศรษฐกิจของประเทศไทย ซึ่งผมขอให้ความเห็นดังนี้ 1. เศรษฐกิจไทยย้ำแย่เหมือนกับวิกฤติปี 2540 (1997) สถานการณ์แตกต่างกันมาก และผมไม่เชื่อว่าครั้งนี้จะเกิดวิกฤติเช่นเดียวกับปี 1997 ในครั้งนั้นประเทศไทยใช้เงินเกินตัว ขาดดุลบัญชีเดินสะพัด 8% ของจีดีพี ต้องกู้เงินต่างประเทศมาใช้จ่าย เมื่อเขาพยายามถอนเงินออก (บวกการถูกเก็งกำไรค่าเงินบาท) ทุนสำรองที่มีอยู่ 30,000 ล้านดอลลาร์ ก็ไม่พอกับหนี้ต่างประเทศประมาณ 80,000 ล้านดอลลาร์ ต้องขอกู้ไอเอ็มเอฟ โดยให้ไอเอ็มเอฟเข้ามาช่วยบริหารเศรษฐกิจประเทศ โดยใช้ยาแรง (ขึ้นภาษี ลดรายจ่ายภาครัฐและขึ้นดอกเบี้ย) สถาบันการเงินจึงล้มระเนระนาด และเงินบาทอ่อนค่าลงเป็น 50 บาทต่อ 1 ดอลลาร์ ทำให้การส่งออกดีขึ้นผิดหูผิดตา และการนำเข้าหดตัวอย่างรุนแรง ในวิกฤตินั้นคนจนรวยขึ้น โดยเฉพาะเกษตรกร แต่คนรวยหมดตัวไปหลายราย ตอนจบการส่งออกคิดเป็นสัดส่วนของจีดีพีเพิ่มขึ้นจาก 35% ในปี 1996 มาเป็น 65% ในปี 2006 กล่าวคือการส่งออกเป็นหัวจักรในการฟื้นเศรษฐกิจและใช้คืนหนี้ต่างประเทศ นอกจากนั้น ก็พึ่งพาต่างชาติให้เข้ามาเพิ่มทุน (ช่วยเป็นเจ้าของ) สถาบันการเงินและบริษัทขนาดใหญ่ของไทย มาวันนี้สถาบันการเงินและบริษัทขนาดใหญ่ของไทยแข็งแรง หนี้ต่างประเทศประมาณ 120,000 […]

กฎการลงทุนของ Jim Rogers

แปลโดย พรชัย รัตนนนทชัยสุข (พี่เว็บ ThaiVI) ข้อ 1. ทำการวิเคราะห์หุ้นด้วยตัวเองเสมอ และอย่าไปกังวล หากคุณคิดไม่เหมือนคนอื่นๆ “ผมเรียนรู้ตั้งแต่ในช่วงแรกๆที่ผมลงทุนว่า หากคุณอ่านรายงานประจำปี คุณได้ทำการบ้านมากกว่านักลงทุน 90 % ในตลาดแล้ว หากคุณอ่านหมายเหตุประกอบงบการเงินด้วย คุณได้ทำการบ้านมากกว่านักลงทุน 95 % ในตลาด และถ้าหากคุณนั่งลงทำ spread sheet ด้วยแล้วล่ะก็ คุณได้ทำการบ้านมากกว่านักลงทุน 98 % ในตลาดเลยทีเดียว” (การทำ spread sheet ของ Jim Rogers ก็คือ การวิเคราะห์และการคาดการณ์ตัวเลขและแนวโน้มของตัวเลขที่สำคัญๆอย่าง profit margins , roe , receivable , inventory และอื่นๆ) “หากคุณวิเคราะห์หุ้นด้วยตัวเอง มันจะมีความหมายกับคุณมากขึ้น แม้ว่าในบางครั้งมันอาจจะเป็นงานที่น่าเบื่อ แต่คุณก็จะซึมซับกับมัน” อ่านรายงานประจำปี สอบถามบริษัทและคนที่เกี่ยวข้อง ศึกษาประวัติที่ผ่านมาของบริษัท ดูว่า ภายใต้สถานการณ์ไหนที่บริษัทจะสามารถสร้างผลการดำเนินงานได้ดี […]

หมัดน๊อก 35 หมัดบนสังเวียนชีวิตที่ผมชกมา 29 ปี / Warren Buffett

แปลโดย พรชัย รัตนนนทชัยสุข (พี่เว็บ ThaiVI) เราเลือกหลายๆ อย่างในชีวิตไม่ได้ เช่น เราเลือกเกิดไม่ได้ เลือกหน้าตาไม่ได้ การมานั่งคิดเรื่องที่เราแก้ไขไม่ได้ เป็นเรื่องเสียเวลา ทำให้ดีที่สุดกับสิ่งที่เรามีและสิ่งที่เราเป็นจะเป็นการใช้เวลาที่คุ้มค่า กว่า อย่าเรียกร้องจากชีวิตมากเกินไป แต่ก็อย่าโอ๋ตัวเองมากจนสำออย ควรพยายามตั้งใจเข้าให้ถึงเส้นชัย แต่มันไม่ใช่เรื่องจำเป็นเลยที่เราจะต้องเข้าถึงเส้นชัยก่อนใคร ไม่จำเป็นด้วยว่าต้องติดอันดับใดๆ เรื่องไม่ดี เรื่องผิดหวัง ปัญหาที่ผ่านไปแล้ว เรียนรู้จากมันแล้วก็จบๆ ไป เลิกคิด อย่าคิดวนไปวนมา การเอาปัญหาที่ผ่านไปแล้วมาคิดซ้ำๆ ก็เหมือนเราเป็นแผล แล้วเราเอามือบี้แผลเล่นซ้ำๆ อยู่ยังงั้น เรื่องที่ยังไม่เกิด เราก็ไม่ควรทุกข์ การทุกข์ไปล่วงหน้าไม่ได้ช่วยอะไรเลย คนเรามักทุกข์ไปก่อนเกินเหตุ แล้วต่อให้มันเกิดปัญหาขึ้นจริงๆ เราไปทุกข์ตอนนั้นก็ยังทัน ตั๋วทุกข์ไม่มีหมด มีแจกตลอดเวลา ไม่ต้องรีบไปแย่งมา เราไม่ได้ monopoly ความทุกข์ มันไม่ใช่เรื่อง personal เราไม่ได้มีความทุกข์อยู่คนเดียว ใครๆ ก็มีความทุกข์กันทั้งนั้น เรื่องนั้นบ้าง เรื่องนี้บ้าง ฝนไม่ได้ตกอยู่บนหัวเราคนเดียว แบบสติ๊กเกอร์ใน line ปัญหามีไว้ให้แก้ ไม่ได้มีไว้ให้กลุ้ม การอ่านเป็นการเปิดโลกกว้าง […]

นักลงทุน 4 แนว /ดร.นิเวศน์ เหมวชิรวรากร

การลงทุนหรือเล่นหุ้นในตลาดหลักทรัพย์นั้น มีวิธีหรือแนวทางใหญ่ ๆ 4 แบบ แนวทางแรกคือ แนว “เทคนิค” ที่นักลงทุนระยะสั้นนิยมใช้กันมาก เครื่องมือหรือข้อมูลที่ใช้ก็คือราคาและปริมาณการซื้อขายหุ้นในอดีต แนวทางที่สองคือแนว Value Investment หรือ VI ที่ต้องอาศัยการวิเคราะห์ข้อมูลปัจจัยทางเศรษฐกิจ อุตสาหกรรม และตัวบริษัทอย่างละเอียดถี่ถ้วนเพื่อหามูลค่าที่แท้จริงของกิจการก่อนลงทุน แนวทางที่สามคือ Growth Investment หรือการลงทุนในหุ้นเติบโตที่เน้นการค้นหากิจการที่มีศักยภาพในการเติบโตของธุรกิจสูงเป็นพิเศษ และแนวทางสุดท้ายก็คือ การลงทุนแบบ Passive หรือการลงทุนที่ไม่เน้นการเลือกหุ้น แต่เน้นการกระจายการลงทุนในหุ้นจำนวนมากและจัดสรรทรัพย์สินให้เหมาะสมเพื่อที่จะลดความเสี่ยงและเพิ่มผลตอบแทนให้อยู่ในระดับที่เหมาะสม นักลงทุนแนว “เทคนิค” มีความเชื่อว่า การขึ้นลงของราคาหุ้นขึ้นอยู่กับ “จิตวิทยา” หรือความเห็นหรืออารมณ์ของคนเล่นหุ้นเป็นหลัก พื้นฐานหรือผลประกอบการหรือความเข้มแข็งของกิจการนั้น ถ้าจะมีผลก็ไม่เกิน 10% ดังนั้น เราแทบไม่จำเป็นต้องดู สิ่งที่ต้องดูจริง ๆ ก็คือพฤติกรรมและการเคลื่อนไหวของราคาและปริมาณการซื้อขายหุ้นในแต่ละช่วงเวลาซึ่งอาจจะเป็นนาทีเป็นวันหรือเป็นเดือน เพราะข้อมูลเหล่านี้จะเป็นตัวที่จะชี้ว่าราคาหุ้นในอนาคตอันสั้นจะวิ่งไปทางไหนและที่ราคาเท่าไร ทฤษฎีหรือความเชื่อของนักเทคนิคก็คือ ข้อแรก ข้อมูลทั้งหมดของบริษัทเช่น กำไรและปันผลในอดีต และผลประกอบการในอนาคตของบริษัทนั้น ถูกสะท้อนอยู่ในราคาหุ้นทั้งอดีตและปัจจุบันหมดแล้วไม่ว่าจะดีหรือร้าย ดังนั้นไม่ต้องไปวิเคราะห์หรือดูว่าผลประกอบการในอดีตเป็นอย่างไร ว่าที่จริงแทบไม่ต้องดูด้วยซ้ำว่าบริษัททำอะไรหรือขายสินค้าอะไร และ หลักการข้อสองของนักเทคนิคก็คือ ราคาหุ้นนั้นมักเคลื่อนไหวไปตาม “เทรนด์” หรือแนวโน้มของมัน […]

1 2 3 4 13