กับดักของความโลภ / วิบูลย์ พึงประเสริฐ

สิ่งหนึ่งที่อยู่ในสัญชาตญานของมนุษย์คือความเสียใจ เราเสียใจเมื่อพลัดพรากจากสิ่งที่เรารัก เราเสียใจเมื่อผิดหวังหรือไม่ได้อะไรตามที่เราคาดหวัง เราเสียใจเมื่อถูกดุด่าว่าตี บางครั้งเราเสียใจจากการขาดทุนในการลงทุน มีการวิจัยพบว่าการขาดทุนนั้นมีมูลค่ามากกว่าการได้กำไร เช่น การซื้อหุ้นแล้วขาดทุน 1 แสนบาทนั้นจะทำให้เสียใจมากกว่าความสุขจากการได้กำไรจากหุ้น 1 แสนบาท แต่ที่น่าประหลาดใจก็คือว่าบางครั้งเราขายหุ้นบริษัทหนึ่งที่ถืออยู่ไปทั้งหมดและทำกำไรได้แล้ว แต่ปรากฏว่าราคาหุ้นเพิ่มสูงขึ้นมากกว่าที่เราขายไป เรากลับรู้สึกว่าขายเร็วเกินไปและมีความสุขลดลงทั้งๆที่การขายนั้นทำกำไรให้เราแล้ว เรียกว่าขาดทุนกำไรหรือภาษานักเลงหุ้นเรียกว่า”ขายหมู” ความรู้สึกเช่นนี้ไม่ได้เกิดขึ้นกับการลงทุนในตลาดหุ้นเพียงอย่างเดียว การลงทุนในอสังหาริมทรัพย์ก็ทำให้เกิดอารมณ์เสียใจเช่นนี้ได้ อย่างเราขายที่ดินที่ถืออยู่หนึ่งแปลงออกไปหรือขายคอนโดที่ซื้อมาในราคาที่ได้กำไรมากพอสมควร เรารู้สึกมีความสุขมากที่ทำกำไรได้ แต่พอเวลาผ่านไปไม่นานเราได้ยินมาว่าที่ดินข้างๆหรือคอนโดห้องข้างๆขายไปในราคาที่สูงกว่าเรามาก ปรากฏว่าความสุขที่ได้จากการทำกำไรกลายเป็นความเสียใจที่รู้สึกว่าขายที่ดินหรือคอนโดนั้นไปในราคาที่ต่ำเกินไป ความเสียใจนั้นจะกลายมาเป็นความโลภ เนื่องจากโดยส่วนใหญ่ถ้าได้กำไรจากการขายหุ้นไปแล้วมักจะทำให้นักลงทุนมีความมั่นใจมากขึ้น และคิดว่าคราวที่แล้วซื้อหุ้นน้อยไปหน่อย ถ้าซื้อหุ้นจำนวนมากๆก็ได้กำไรมากกว่านี้หลายเท่า คิดได้ดังนั้นจึงกลับไปเข้าไปซื้อหุ้นใหม่แบบมั่นใจสุดๆด้วยจำนวนเงินที่มากกว่าเดิม แต่สุดท้ายตลาดหุ้นในช่วงที่ได้กำไรง่ายๆนั้นมักเป็นช่วงปลายของตลาดกระทิงที่ร้อนแรง การเข้าซื้อหุ้นแบบมั่นใจในคราวนั้นกลายเป็นหายนะของการลงทุน บางครั้งกำไรที่ได้มากลับหายวับไปกับการซื้อหุ้นครั้งนั้น แถมอาจจะต้องขาดทุนมากขึ้นไปเสียอีก สถานการณ์เช่นนี้อาจเรียกได้ว่าเป็น”กับดักของความโลภ” เรื่องนี้ไม่ใช่เรื่องใหม่แต่อย่างใด ในอดีตเราจะเคยได้ยินเรื่องทำนองนี้มามาก ไม่ว่าจะเป็นในตลาดหุ้นไทยหรือต่างประเทศ อย่างประเทศไทยในช่วงวิกฤติต้มยำกุ้งปี 2540 เคยมีข่าวนักลงทุนนำปืนจะไปยิงตัวตายที่ตลาดหลักทรัพย์เพราะขาดทุนจากการซื้อขายอย่างมากในช่วงลอยตัวค่าเงินบาท ในอดีตหลายร้อยปีที่แล้ว ในปี ค.ศ. 1720 เซอร์ไอแซค นิวตัน ผู้ได้ชื่อว่าเป็นอัจฉริยะด้านการคำนวณของโลกและเป็นนักฟิสิกส์ที่ฉลาดที่สุดคนหนึ่งในยุคนั้น ถือหุ้นของบริษัทเซาส์ซี (South Sea Company) ซึ่งเป็นหุ้นที่ร้อนแรงที่สุดในอังกฤษ นิวตันได้ตัดสินใจขายหุ้นบริษัทนี้ออกไปโดยได้กำไรถึง 100 เปอร์เซนต์รวมเป็นเงิน 7,000 ปอนด์ […]

โศกนาฏกรรมของ โกเว็กซ์ (GOWEX)/วิวรรณ ธาราหิรัญโชติ

บริษัทที่เคยมีมูลค่าตลาดถึง1,900 ล้านยูโร หรือประมาณ 82,000 ล้านบาท ล้มละลายได้อย่างไร ? ท่านที่สนใจติดตามหุ้นในตลาดต่างประเทศ อาจจะได้รับทราบข่าวบริษัทผู้ให้บริการไวไฟ (WiFi) ที่เพิ่งได้รับคัดเลือกเป็นหนึ่งใน“บริษัทเข้าใหม่ที่ดีที่สุด”ในกลุ่มของบริษัทขนาดกลางและขนาดย่อม จากสมาพันธ์ตลาดหลักทรัพย์ยุโรปและคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์ยุโรป เมื่อเดือนพฤศจิกายน ปี 2556 ที่ผ่านมา ต้องถูกให้หยุดพักการซื้อขาย และยื่นขอรับการคุ้มครองจากเจ้าหนี้ภายใต้กฎหมายล้มละลายในเดือนกรกฎาคม ของปีนี้ บริษัทที่มีชื่อเต็มว่า Let’s Gowex S.A. จดทะเบียนก่อตั้งในสเปนเมื่อปี 1999 ประกอบธุรกิจหลักสองด้านคือ พัฒนา บริหาร และหาช่องทางธุรกิจในตลาดโทรคมนาคม รวดถึงให้บริการบรอดแบนด์ บริการเน็ตเวอร์ค และจัดการ Voice Over IP กับอีกด้านหนึ่งคือการให้บริการไวไฟ (WiFi) แก่เมืองต่างๆ เช่น นิวยอร์ค ปารีส มาดริด ไมอามี บริษัทโกเว็กซ์ เสนอขายหุ้นต่อประชาชนและเข้าจดทะเบียนซื้อขายในตลาด Mercado Alternative Bursatil (MAB) ซึ่งเป็นตลาดทางเลือกของสเปน(ที่มีหุ้นขนาดเล็กกว่าที่จดทะเบียนในตลาดหลัก) ในปี 2010 ใช้สัญลักษณ์ในการซื้อขายว่า GOW โดยในภายหลังก็เข้าไปจดทะเบียนซื้อขายในตลาด […]

บทเรียนจากเซลส์แมน โดย คนขายของ

เนื่องจากบทความนี้เป็นบทความแรก ที่ผมเขียนผ่านสื่อมวลชน ผมขอถือโอกาสนี้แนะนำตัว แก่ท่านผู้อ่านทั้งหลายก่อนนะครับ โดยปกติผมเขียนบทความลงในเว็ปไซด์ของ สมาคมนักลงทุนเน้นคุณค่า (www.thaivi.org) ใช้ login name ว่า “คนขายของ” ที่ใช้ชื่อว่า “คนขายของ” นั้นเป็นเพราะว่างานแรกที่ผมได้รับเข้าทำงานนั้นคือตำแหน่ง “วิศวกรขาย (Sales Engineer)” หลังจบจากมหาวิทยาลัยทางด้านวิศวกรรมศาสตร์เมื่อปี 2537 หน้าที่ของผม คือการดูแลตัวแทนจำหน่ายหลายราย ซึ่งโดยส่วนใหญ่ คนที่ผมต้องติดต่อด้วยจะเป็นเถ้าแก่ เจ้าของร้าน สมัยนั้นตำแหน่งงานวิศวกรขายมักไม่ค่อยมีใครนิยมสมัครกัน เพราะเห็นว่า เป็นงานที่ต้องถูกลูกค้าต่อว่า ต้องไปเที่ยวง้อลูกค้า ซึ่งคนส่วนใหญ่ที่จบทางวิศวะมาเห็นว่าไม่ค่อย มีเกียรติเท่าไหร่ แต่สำหรับผม การเป็นพนักงานขายสินค้านี่แหละครับ ที่สอนพื้นฐานของการ ทำธุรกิจ ซึ่งต่อมาผมสามารถนำมาประยุกต์ใช้ ในการลงทุนได้เป็นอย่างดี ประเด็นหนึ่งที่ผมจำขึ้นใจ จากคำสอนของเถ้าแก่ท่านหนึ่งที่สอนผมคือ “ขายของได้ยังไม่เก่ง ถ้าเก่งต้องเก็บเงินให้ได้ด้วย” ตอนที่ผมทำอาชีพเซลส์แมนนั้น ผมได้เห็นเจ้าของร้านบางรายต้องปิดกิจการลง พร้อมด้วยหนี้สินรุงรังกับบริษัทในช่วงต้มยำกุ้ง ทั้งนี้เป็นเพราะว่าเขาเหล่านั้น ไม่สามารถเก็บเงินจากลูกค้าเขาได้ ทำให้เขาไม่มีเงินจ่ายซัพพลายเออร์ จากบทเรียนนี้เมื่อ ผมมาเป็นนักลงทุน ทำให้ผมให้ความสนใจ ต่อกิจการที่รับเงินสด เช่นพวกค้าปลีก, โรงพยาบาล และ ร้านอาหาร […]

ตรวจสอบตัวเองก่อนลงทุน โดย ดร.นิเวศน์ เหมวชิรวรากร

ก่อนที่จะคิดถึงเรื่องการลงทุนนั้น สิ่งสำคัญอันดับแรกก็คือการตรวจสอบหรือประเมินตัวเราเองว่าสถานะและศักยภาพในเชิงเศรษฐกิจของเราเป็นอย่างไร จากนั้นเราถึงจะสามารถวางกลยุทธ์และแนวทางที่ถูกต้องที่จะทำให้การลงทุนของเรามีความเหมาะสมที่สุด การวางแผนการเงินแบบ “มาตรฐาน” เช่น เราควรจะจัดพอร์ตการลงทุนที่ประกอบไปด้วยเงินลงทุนระยะสั้นที่เป็นเงินสดเท่านั้นเท่านี้ ต้องมีตราสารหนี้ระยะยาว มีหุ้นและมีตราสารการเงินอื่น ๆ ในอัตราส่วนที่เหมาะสมกับความสามารถในการรับความเสี่ยงหรืออายุของเรา และสุดท้ายบางทีก็บอกว่าเราควรจะต้องมีประกันชีวิตเพื่อป้องกันความเสี่ยงในกรณีที่เราตายก่อนกำหนด เป็นต้น นั้น ผมคิดว่าเป็นเพียงหลักการกว้าง ๆ ที่ไม่สามารถใช้ได้กับทุกคน ลองมาดูกันว่าอะไรคือปัจจัยที่เราจะต้องคำนึงถึงก่อนเริ่มวางแผนทางการเงินส่วนบุคคลของเรา เรื่องแรกก็คือ เรามีทรัพย์สินสุทธิเท่าไร? บางคนมีเงินหรือมีทรัพย์สมบัติมากเป็นหลายร้อยหรือเป็นพัน ๆ ล้านบาท เหตุผลในการที่จะทำประกันชีวิตจึงแทบไม่มี เพราะถ้าเขาตาย เงินมรดกก็มากมายพอที่จะทำให้ลูกหลานสบายเต็มที่อยู่แล้ว เงินทุนประกันชีวิตสูงสุดที่ส่วนใหญ่ก็ไม่เกิน 10-20 ล้านบาทนั้นย่อมไม่มีความหมายอะไร เหตุผลที่จะซื้อประกันเพื่อจะได้ผลตอบแทนที่ดี เช่น เฉลี่ยปีละอาจจะถึง 4% เมื่อรวมการได้รับลดหย่อนเรื่องภาษีเงินได้อาจจะถึง 5% ที่คนขายประกันมักพยายามนำมาชักชวนให้ซื้อประกันนั้น ผมคิดว่าในระยะยาวแล้วไม่คุ้มค่าสำหรับคนที่มีเงินมาก เหนือสิ่งอื่นใดก็คือ เราไม่สามารถ“ลงทุน” ในการประกันชีวิตเป็นเงินมาก ๆ เมื่อเทียบกับเงินทั้งหมดของเราได้ “ความเสี่ยง” สำหรับคนที่มีเงินมากเหลือเฟือและไม่มีหนี้หรือภาระที่อาจจะต้องรับ กับความเสี่ยงของคนที่มีเงินหรือทรัพย์สินสุทธิไม่มากนั้นผมคิดว่าแตกต่างกัน คนที่มีเงินมากพอที่จะสามารถใช้ชีวิตอย่างสุขสบายตลอดชีวิตทั้งของตนเองและลูกหลานอยู่แล้วนั้น ความเสี่ยงที่สำคัญอาจจะไม่ใช่ความเสี่ยงในการลงทุนตามปกติที่เกิดจากตราสารการเงินเช่น หุ้นหรือพันธบัตร หรือเงินฝาก หรือแม้แต่การลงทุนในธุรกิจหรือในอสังหาริมทรัพย์ เพราะการลงทุนเหล่านั้น แม้ว่าเขาจะขาดทุนไปครึ่งหนึ่งหรือขาดทุนไป 75% เงินที่เหลืออยู่ 25% […]

เด็กน้อย กับดวงอาทิตย์

ก่อนรุ่งสาง ณ ดินแดนอันห่างไกลแห่งหนึ่ง เด็กน้อยคนหนึ่ง รีบลุกจากที่นอน วิ่งฝ่าความมืดขึ้นไปบนภูเขาดำทมึนซึ่งตั้งอยู่หลังหมู่บ้าน เด็กน้อยใช้เวลาพอสมควรในการขึ้นสู่ยอดเขา ครั้นได้ที่มั่นในการยืนเรียบร้อยแล้ว ก็ยกมือขึ้น หมุนเป็นวงกลมสามรอบ หลังจากรอไม่นาน ท้องฟ้าเริ่มมีแสงแรก พระอาทิตย์ดวงกลมใหญ่ ค่อยๆ ลอยขึ้นไปในท้องฟ้า… เด็กน้อยเพียรทำอย่างนี้ทุกเช้าเพราะเชื่อว่าการกวาดแขนเป็นวงกลมสามรอบนั้นเป็นสิ่งที่นำมาซึ่งแสงสว่าง เด็กน้อยคนนั้นไม่เคยเฉลียวใจเลยว่าตนเองคิดผิด จนกระทั้งวันหนึ่งเธอล้มป่วยลง เช้านี้เธอไม่สามารถออกมาวาดแขนเป็นวงกลมได้เหมือนเดิม แต่เธอกลับพบว่า พระอาทิตย์ดวงเดิมก็ยังคงส่องแสงสว่างไสวอยู่อย่างนั้น อาจารย์ปริญญาโทของผมท่านหนึ่ง ท่านเคยสอนเรื่อง “การให้เหตุผลที่ผิด” และหนึ่งในตัวอย่าง ที่ท่านยกมานั้น กล่าวเป็นภาษาละตินว่า “Post Hoc Ergo Propter Hoc” แปลเป็นใจความได้ว่า “หลังจากเหตุการณ์นั้น เหตุการณ์นั้นจึงเป็นต้นเหตุ” ซึ่งแท้ที่จริงแล้ว เหตุการณ์ทั้งสองอย่างนั้น อาจไม่มีความเกี่ยวเนื่องกันแต่อย่างใด แต่ว่าคนเราจับสองเหตุการณ์นั้นมาประติดประต่อกันเอาเองว่า…ตัวอย่างเช่น..ฉันวาดมือสามครั้ง หลังจากนั้น พระอาทิตย์จึงขึ้น จริงๆแล้ว พระอาทิตย์เขาก็ขึ้นของเขาอยู่อย่างนั้น ไม่ได้เกี่ยวกับว่ามีใครมาวาดแขนหรือไม่ ในโลกของการลงทุนนั้น ผมเองได้เห็น “การให้เหตุผลที่ผิด” ของตัวเองมากมายในอดีต มีอยู่บางครั้ง ที่ผมซื้อหุ้นแล้วหุ้นขึ้น ผมก็เชื่อว่าผมวิเคราะห์มาดีแล้ว ผมเก่ง ซื้อเสร็จไม่นานหุ้นก็ขึ้นอย่างมาก ยิ่งขึ้นผมก็ยิ่งมั่นใจในความเก่งของผม ผมคิดว่ามาถูกทางแล้ว […]

The Psychology of Human Misjudgment by Charlie Munger

Reviewing Munger’s The Psychology of Human Misjudgment Charlie Munger is Warren Buffett’s right hand man at Berkshire Hathaway (BRK.A). This is part of a series in which we’ll be summarizing the text he authored titled “The Psychology Of Human Misjudgement”, where Munger describes some of man’s tendencies. By understanding and learning from these tendencies, we […]

Compound Interest รีรัน

เคยพูดถึงมหัศจรรย์ดอกเบี้ยทบต้นไปแล้ว แต่จะกลับมาพูดอีกครั้ง ด้วยเพราะความมหัศจรรย์ของมัน จากตาราง ให้เราเริ่มต้นมีเงินออมทั้งหมด 2,000 เหรียญ ในรูปแบบพันธบัตรรัฐบาล ผลตอบแทน 5% ต่อปี และไม่ออมเพิ่มเลย เป็นระยะเวลา 30 ปี ในปีที่ 1 เราจะได้รับดอกผลจากการซื้อพันธบัตรฯ เป็นเงิน 100 เหรียญ เงิน ออมที่เราได้เพิ่มมาอีก 100 เหรียญจากดอกผล หรือคิดเป็นเงินต้นทั้งหมด 2,100 เหรียญ จะทำให้เราได้รับดอกผลเพิ่มเป็น 105 เหรียญ ในปีที่ 2 ในปีที่ 3 เราก็จะได้เพิ่มเป็น 110.25 เหรียญ และเป็นเช่นนี้ทบต้นไปเรื่อยๆ พอ ครบ 30 ปี เราจะได้รับดอกผลจากการลงทุนในพันธบัตรฯ คิดเป็นเงินทั้งสิ้น 6,643.88 เหรียญ หรือมีเงินออมรวม 8,643.88 เหรียญ จากเงินออมตั้งต้นเพียง 2,000 เหรียญเท่านั้น (เพิ่มขึ้นมากกว่า 4 […]

ผลตอบแทนการลงทุนในรูปแบบต่างๆ

เงินมีต้นทุนในตัวมันเอง เพราะอัตราเงินเฟ้อ ที่ค่อยๆ ลดมูลค่าของเงินลงทุกปี เมื่อ 10 ปีก่อน เราอาจจะกินก๋วยเตี๋ยวชามละ 25 บาท พิเศษ 30 บาท แต่มาปัจจุบัน ก๋วยเตี๋ยวชามเดียวกันนี้ ราคาขึ้นเป็นชามละ 35 บาท พิเศษ 40 บาท ทางเลือกในการออมเงิน มีหลากหลาย เช่น ฝังตุ่ม, ฝากธนาคาร, ซื้อตราสารหนี้, พันธบัตรรัฐบาล, ทองคำ, หุ้นกู้, กองทุน, ฯลฯ แต่ละแบบก็มีความเสี่ยง และผลตอบแทนที่แตกต่างกัน จากการศึกษาการลงทุนในรูปแบบต่างๆ ย้อนหลัง ในสหรัฐอเมริกา ตั้งแต่ปี 1926-2011 มีบทสรุป “อัตราผลตอบแทนระยะยาว” ดังนี้ อัตราเงินเฟ้อ – 3.00% ตั๋วเงินคลัง – 3.6% พันธบัตรรัฐบาล – 5.7% หุ้นขนาดใหญ่ – 9.8% หุ้นขนาดเล็ก […]

จับคู่วิเคราะห์หุ้น – ดร. นิเวศน์ เหมวชิรวรากร

โลกในมุมมองของ Value Investor 16 พฤศจิกายน 2556 ดร. นิเวศน์ เหมวชิรวรากร จับคู่วิเคราะห์หุ้น ในการวิเคราะห์หุ้นเพื่อที่จะหาว่าตัวไหนน่าลงทุนหรือไม่นั้น ในบางครั้งผมก็มักจะดูข้อมูลของบริษัทสองแห่งที่มีลักษณะคล้ายคลึงกันและอาจจะแข่งขันกันด้วย เพื่อเปรียบเทียบข้อมูลด้านต่าง ๆ ทั้งทางด้านเชิงปริมาณและเชิงคุณภาพ การหาหุ้นที่คล้ายคลึงกันนั้น บางครั้งก็ง่ายเนื่องจากทั้งสองบริษัททำธุรกิจแบบเดียวกันและมีฐานลูกค้าใกล้เคียงกัน ตัวอย่างเช่น บริษัททั้งสองต่างก็เป็นโรงพยาบาลเอกชนชั้นนำและมีฐานลูกค้าที่เป็นคนมีรายได้สูงและชาวต่างประเทศ หรืออีกตัวอย่างหนึ่งอาจจะเป็นธุรกิจที่เป็นเครือข่ายโรงแรมชั้นนำและขายอาหารภัตตาคารและจานด่วนหลากหลาย เป็นต้น

1 2 3 4 5 6 13