ลงทุน

ตรวจสอบตัวเองก่อนลงทุน โดย ดร.นิเวศน์ เหมวชิรวรากร

ก่อนที่จะคิดถึงเรื่องการลงทุนนั้น สิ่งสำคัญอันดับแรกก็คือการตรวจสอบหรือประเมินตัวเราเองว่าสถานะและศักยภาพในเชิงเศรษฐกิจของเราเป็นอย่างไร จากนั้นเราถึงจะสามารถวางกลยุทธ์และแนวทางที่ถูกต้องที่จะทำให้การลงทุนของเรามีความเหมาะสมที่สุด การวางแผนการเงินแบบ “มาตรฐาน” เช่น เราควรจะจัดพอร์ตการลงทุนที่ประกอบไปด้วยเงินลงทุนระยะสั้นที่เป็นเงินสดเท่านั้นเท่านี้ ต้องมีตราสารหนี้ระยะยาว มีหุ้นและมีตราสารการเงินอื่น ๆ ในอัตราส่วนที่เหมาะสมกับความสามารถในการรับความเสี่ยงหรืออายุของเรา และสุดท้ายบางทีก็บอกว่าเราควรจะต้องมีประกันชีวิตเพื่อป้องกันความเสี่ยงในกรณีที่เราตายก่อนกำหนด เป็นต้น นั้น ผมคิดว่าเป็นเพียงหลักการกว้าง ๆ ที่ไม่สามารถใช้ได้กับทุกคน ลองมาดูกันว่าอะไรคือปัจจัยที่เราจะต้องคำนึงถึงก่อนเริ่มวางแผนทางการเงินส่วนบุคคลของเรา เรื่องแรกก็คือ เรามีทรัพย์สินสุทธิเท่าไร? บางคนมีเงินหรือมีทรัพย์สมบัติมากเป็นหลายร้อยหรือเป็นพัน ๆ ล้านบาท เหตุผลในการที่จะทำประกันชีวิตจึงแทบไม่มี เพราะถ้าเขาตาย เงินมรดกก็มากมายพอที่จะทำให้ลูกหลานสบายเต็มที่อยู่แล้ว เงินทุนประกันชีวิตสูงสุดที่ส่วนใหญ่ก็ไม่เกิน 10-20 ล้านบาทนั้นย่อมไม่มีความหมายอะไร เหตุผลที่จะซื้อประกันเพื่อจะได้ผลตอบแทนที่ดี เช่น เฉลี่ยปีละอาจจะถึง 4% เมื่อรวมการได้รับลดหย่อนเรื่องภาษีเงินได้อาจจะถึง 5% ที่คนขายประกันมักพยายามนำมาชักชวนให้ซื้อประกันนั้น ผมคิดว่าในระยะยาวแล้วไม่คุ้มค่าสำหรับคนที่มีเงินมาก เหนือสิ่งอื่นใดก็คือ เราไม่สามารถ“ลงทุน” ในการประกันชีวิตเป็นเงินมาก ๆ เมื่อเทียบกับเงินทั้งหมดของเราได้ “ความเสี่ยง” สำหรับคนที่มีเงินมากเหลือเฟือและไม่มีหนี้หรือภาระที่อาจจะต้องรับ กับความเสี่ยงของคนที่มีเงินหรือทรัพย์สินสุทธิไม่มากนั้นผมคิดว่าแตกต่างกัน คนที่มีเงินมากพอที่จะสามารถใช้ชีวิตอย่างสุขสบายตลอดชีวิตทั้งของตนเองและลูกหลานอยู่แล้วนั้น ความเสี่ยงที่สำคัญอาจจะไม่ใช่ความเสี่ยงในการลงทุนตามปกติที่เกิดจากตราสารการเงินเช่น หุ้นหรือพันธบัตร หรือเงินฝาก หรือแม้แต่การลงทุนในธุรกิจหรือในอสังหาริมทรัพย์ เพราะการลงทุนเหล่านั้น แม้ว่าเขาจะขาดทุนไปครึ่งหนึ่งหรือขาดทุนไป 75% เงินที่เหลืออยู่ 25% […]

เด็กน้อย กับดวงอาทิตย์

ก่อนรุ่งสาง ณ ดินแดนอันห่างไกลแห่งหนึ่ง เด็กน้อยคนหนึ่ง รีบลุกจากที่นอน วิ่งฝ่าความมืดขึ้นไปบนภูเขาดำทมึนซึ่งตั้งอยู่หลังหมู่บ้าน เด็กน้อยใช้เวลาพอสมควรในการขึ้นสู่ยอดเขา ครั้นได้ที่มั่นในการยืนเรียบร้อยแล้ว ก็ยกมือขึ้น หมุนเป็นวงกลมสามรอบ หลังจากรอไม่นาน ท้องฟ้าเริ่มมีแสงแรก พระอาทิตย์ดวงกลมใหญ่ ค่อยๆ ลอยขึ้นไปในท้องฟ้า… เด็กน้อยเพียรทำอย่างนี้ทุกเช้าเพราะเชื่อว่าการกวาดแขนเป็นวงกลมสามรอบนั้นเป็นสิ่งที่นำมาซึ่งแสงสว่าง เด็กน้อยคนนั้นไม่เคยเฉลียวใจเลยว่าตนเองคิดผิด จนกระทั้งวันหนึ่งเธอล้มป่วยลง เช้านี้เธอไม่สามารถออกมาวาดแขนเป็นวงกลมได้เหมือนเดิม แต่เธอกลับพบว่า พระอาทิตย์ดวงเดิมก็ยังคงส่องแสงสว่างไสวอยู่อย่างนั้น อาจารย์ปริญญาโทของผมท่านหนึ่ง ท่านเคยสอนเรื่อง “การให้เหตุผลที่ผิด” และหนึ่งในตัวอย่าง ที่ท่านยกมานั้น กล่าวเป็นภาษาละตินว่า “Post Hoc Ergo Propter Hoc” แปลเป็นใจความได้ว่า “หลังจากเหตุการณ์นั้น เหตุการณ์นั้นจึงเป็นต้นเหตุ” ซึ่งแท้ที่จริงแล้ว เหตุการณ์ทั้งสองอย่างนั้น อาจไม่มีความเกี่ยวเนื่องกันแต่อย่างใด แต่ว่าคนเราจับสองเหตุการณ์นั้นมาประติดประต่อกันเอาเองว่า…ตัวอย่างเช่น..ฉันวาดมือสามครั้ง หลังจากนั้น พระอาทิตย์จึงขึ้น จริงๆแล้ว พระอาทิตย์เขาก็ขึ้นของเขาอยู่อย่างนั้น ไม่ได้เกี่ยวกับว่ามีใครมาวาดแขนหรือไม่ ในโลกของการลงทุนนั้น ผมเองได้เห็น “การให้เหตุผลที่ผิด” ของตัวเองมากมายในอดีต มีอยู่บางครั้ง ที่ผมซื้อหุ้นแล้วหุ้นขึ้น ผมก็เชื่อว่าผมวิเคราะห์มาดีแล้ว ผมเก่ง ซื้อเสร็จไม่นานหุ้นก็ขึ้นอย่างมาก ยิ่งขึ้นผมก็ยิ่งมั่นใจในความเก่งของผม ผมคิดว่ามาถูกทางแล้ว […]