โจ ลูกอิสาน

สิ่งที่หวงแหนที่สุด (การลงทุน)

การลงทุนแบบเน้นคุณค่า เป็นแนวทางการลงทุนที่มีพื้นฐานความเชื่อที่ว่า เราซื้อหุ้นซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของกิจการ กิจการที่มีกิจกรรมทางเศรษกิจ มีคนทำงานกันจริงๆ ในฐานะผู้ถือหุ้นหากกิจการมีกำไร เราจะได้รับส่วนแบ่งกำไรนั้นไม่ว่าจะเป็นราคาหุ้นที่ปรับเพิ่มขึ้นหรือรับ ส่วนแบ่งเงินสดอย่างเงินปันผล หน้าที่ของนักลงทุนคือซื้อหุ้นของบริษัทที่ราคาที่ต่ำกว่ามูลค่าที่ควรจะ เป็น เพราะนั่นจะทำให้เรามีกำไรสูงสุด ทัศนคติที่ว่า”การวิเคราะห์หุ้นคือการวิเคราะห์กิจการ” จึงสำคัญ ทัศนคติจะเป็นเหมือนเข็มทิศที่ส่งผลต่อพฤติกรรมและความคิดในการลงทุนของเรา ทัศคติที่ถูกต้องทำให้เราเดินไปถูกเส้นทาง คนฉลาดมากๆหากเลือกเส้นทางผิดก็อาจไม่ถึงจุดหมาย ในทำนองเดียวกันคนที่ไม่ได้ฉลาดมาก หากเขาหรือเธอเลือกเดินในเส้นทางที่ถูกต้องก็ถึงจุดหมายได้แม้ต้องใช้เวลา บ้างก็ตาม ในโลกการลงทุนจริงๆมีปัจจัยทางด้านอารมณ์เข้ามาเกี่ยวข้องบ่อยๆ การดำรงทัศนคติให้แน่วแน่ ไม่สั่นคลอนไปตามกระแสต่างๆเป็นเรื่องที่ทำได้ยากเย็น อารมณ์กลัวจะทำให้นักลงทุนขายหุ้นไปตอนที่ตลาดตกต่ำซึ่งทำให้เขาเสียหายสูง สุด(ทั้งที่ควรจะซื้อ) ความโลภจะทำให้นักลงทุนมองแต่โลกที่สดใสและพร้อมจะซื้อหุ้นในทุกๆราคา(ทั้ง ที่ควรจะขาย) และความริษยา ทำให้นักลงทุนมองวิธีการลงทุนของคนอื่นดีกว่าของตัวเองเสมอ ปัจจัยอารมณ์เหล่านี้เป็นธรรมชาติที่อ่อนแอของมนุษย์ เป็นความจำเป็นที่่เราต้องรู้เท่าทันและเอาชนะความอ่อนแอที่ติดตัวเรามานี้ ให้ได้ ทัศนคติที่ถูกต้องจะทำให้เราเอาชนะความอ่อนแอนี้ได้ และจะทำให้เราข้ามผ่านเวลาที่แย่และเวลาที่เลวร้ายสุดๆ ไปได้ เมื่อเรายึดกิจการเป็นหลัก เราจะไม่ขายหุ้นเพียงเพราะตลาดตกต่ำ เราจะไม่ซื้อหุ้นตอนที่ตลาดมองโลกในแง่ดีมากๆ และเราจะไม่อิจฉาคนอื่นที่ใช้แนวทางอื่นและทำกำไรได้มากกว่า เพราะในโลกการลงทุนจริงๆผลตอบแทนระยะยาวที่มากกว่า 20%ต่อปี เป็นสิ่งที่คนเพียง”หยิบมือเดียว”ในโลกเท่านั้นที่ทำได้ ผลตอบแทนที่สูงกว่านั้นเป็นสิ่งไม่ยั่งยืน เป็นเพียงการมองโลกด้านดีด้านเดียว การมองโลกในแง่ดีทำให้เรามองแต่ผลตอบแทนจนละเลยความเสี่ยง ทั้งที่ความจริงในโลกธุรกิจหรือทุกอย่างในโลกนี้มีความเสี่ยงแฝงอยู่ทั้ง สิ้น ถ้าเปรียบเทียบการการลงทุนแนว vi คงเป็นการเดินทีละก้าวอย่างช้าๆแต่มั่นคงเต็มไปด้วยความระมัดระวัง และมักไม่เดินถอยหลัง การรับความเสี่ยงมากๆเพื่อผลตอบแทนสูงๆเหมือนการกระโดดที่พร้อมจะเจ็บตัวได้ ทุกเมื่อ นักลงทุนแบบ vi กับทัศนคติที่ว่าหุ้นคือบริษัท […]

มีเงินน้อย ไม่ควรลงทุน (ออมเงิน) ในหุ้นจริงหรือ

หลายคนมีความคิดว่า มีเงินน้อย ลงทุนไปก็เท่านั้น สมมุติว่ามีเงินเก็บเดือนละ 8000 บาท ได้กำไรทุกเดือน เดือนละ 10% เพิ่งจะได้กำไรแค่ 800 บาทต่อเดือน เสียเวลาเปล่าๆ อันนี้เป็นความคิดเห็นที่ตรงไปตรงมา แต่ถูกแค่บางส่วน เพราะอัตราดอกเบี้ยทบต้น อาศัยเวลา และการออมที่สม่ำเสมอ ถึงจะเห็นเป็นรูปธรรม ตัวอย่างการออมเงิน ที่เวลาเป็นตัวแปรสำคัญ สมมติว่านาย ก เริ่มออมเงินเมื่ออายุ 21 ปี ออมเพียงปีละ 100 บาท โดยฝากไว้กับธนาคาร ให้อัตราดอกเบี้ยฝากร้อยละ 10 และเมื่อถึงอายุ 29 ปี ก็หยุดฝากเงิน แต่ยังไม่ถอนเงินออกมาจากธนาคาร ให้เงินต้นทำหน้าที่สร้างดอกเบี้ยต่อไปเรื่อยๆ จนถึงอายุ 60 ปี โดยยังได้อัตราดอกเบี้ยร้อยละ 10 อยู่ตลอดระยะเวลาการออม เมื่อถึงอายุ 60 ปี นาย ก จะมีเงินทั้งสิ้น 26,500 บาท ซึ่งเป็นเงินต้นเพียง 800 บาท […]

กลยุทธ์การลงทุน กรณีเริ่มต้นเงินทุนน้อยๆ โดย โจ ลูกอิสาน ThaiVI

กลยุทธ์การลงทุน กรณีเริ่มต้นเงินทุนน้อยๆ โดย โจ ลูกอิสาน ThaiVI สืบเนื่องจาก กระทู้ “มีเงินน้อย เป็น VI ไม่ได้จริงหรือ” คุณ โจ ลูกอิสาน แห่ง ThaiVI เลยเขียน “กลยุทธ์การลงทุน กรณีเริ่มต้นเงินทุนน้อยๆ” เพื่อแบ่งปันความรู้ และประสบการณ์ แม้ผมจะเห็นด้วยกับหลายๆท่าน ว่าเงินลงทุนมากน้อย ก็สามารถลงทุนตามแนวทาง vi ได้ แต่อีกด้านนึงผมคิดว่าแม้จะลงทุนแบบ vi เหมือนกันแต่ระดับเงินลงทุนก็มีผลต่อเทคนิคหรือกลยุทธ์ที่ควรจะใช้ ครั้งหนึ่ง Warren Buffett เคยพูดว่า หากวันนี้มีเงินลงทุนแค่ 1 ล้านเหรียญ เค้าสามารถทำผลตอบแทนได้มากกว่า 50% ต่อปี ซึ่งผมคิดว่ามีความเป็นไปได้สูง เพราะช่วงแรกๆที่วอร์เรนลงทุนผ่านห้างหุ้นส่วน เค้าสามารถทำผลตอบแทนได้ประมาณ 30% ต่อปี ในทำนองเดียวกัน หาก ดร.นิเวศน์ มีเงินลงทุนวันนี้แค่ 1 ล้านบาท ผมคิดว่าแนวทางการเลือกหุ้นของท่าน อาจจะแตกต่างออกไป เงินลงทุนน้อยๆตามนิยามง่ายๆของผม อาจจะเป็นเงินหมื่น […]