Investing

กฎการลงทุนของ Jim Rogers

แปลโดย พรชัย รัตนนนทชัยสุข (พี่เว็บ ThaiVI) ข้อ 1. ทำการวิเคราะห์หุ้นด้วยตัวเองเสมอ และอย่าไปกังวล หากคุณคิดไม่เหมือนคนอื่นๆ “ผมเรียนรู้ตั้งแต่ในช่วงแรกๆที่ผมลงทุนว่า หากคุณอ่านรายงานประจำปี คุณได้ทำการบ้านมากกว่านักลงทุน 90 % ในตลาดแล้ว หากคุณอ่านหมายเหตุประกอบงบการเงินด้วย คุณได้ทำการบ้านมากกว่านักลงทุน 95 % ในตลาด และถ้าหากคุณนั่งลงทำ spread sheet ด้วยแล้วล่ะก็ คุณได้ทำการบ้านมากกว่านักลงทุน 98 % ในตลาดเลยทีเดียว” (การทำ spread sheet ของ Jim Rogers ก็คือ การวิเคราะห์และการคาดการณ์ตัวเลขและแนวโน้มของตัวเลขที่สำคัญๆอย่าง profit margins , roe , receivable , inventory และอื่นๆ) “หากคุณวิเคราะห์หุ้นด้วยตัวเอง มันจะมีความหมายกับคุณมากขึ้น แม้ว่าในบางครั้งมันอาจจะเป็นงานที่น่าเบื่อ แต่คุณก็จะซึมซับกับมัน” อ่านรายงานประจำปี สอบถามบริษัทและคนที่เกี่ยวข้อง ศึกษาประวัติที่ผ่านมาของบริษัท ดูว่า ภายใต้สถานการณ์ไหนที่บริษัทจะสามารถสร้างผลการดำเนินงานได้ดี […]

หมัดน๊อก 35 หมัดบนสังเวียนชีวิตที่ผมชกมา 29 ปี / Warren Buffett

แปลโดย พรชัย รัตนนนทชัยสุข (พี่เว็บ ThaiVI) เราเลือกหลายๆ อย่างในชีวิตไม่ได้ เช่น เราเลือกเกิดไม่ได้ เลือกหน้าตาไม่ได้ การมานั่งคิดเรื่องที่เราแก้ไขไม่ได้ เป็นเรื่องเสียเวลา ทำให้ดีที่สุดกับสิ่งที่เรามีและสิ่งที่เราเป็นจะเป็นการใช้เวลาที่คุ้มค่า กว่า อย่าเรียกร้องจากชีวิตมากเกินไป แต่ก็อย่าโอ๋ตัวเองมากจนสำออย ควรพยายามตั้งใจเข้าให้ถึงเส้นชัย แต่มันไม่ใช่เรื่องจำเป็นเลยที่เราจะต้องเข้าถึงเส้นชัยก่อนใคร ไม่จำเป็นด้วยว่าต้องติดอันดับใดๆ เรื่องไม่ดี เรื่องผิดหวัง ปัญหาที่ผ่านไปแล้ว เรียนรู้จากมันแล้วก็จบๆ ไป เลิกคิด อย่าคิดวนไปวนมา การเอาปัญหาที่ผ่านไปแล้วมาคิดซ้ำๆ ก็เหมือนเราเป็นแผล แล้วเราเอามือบี้แผลเล่นซ้ำๆ อยู่ยังงั้น เรื่องที่ยังไม่เกิด เราก็ไม่ควรทุกข์ การทุกข์ไปล่วงหน้าไม่ได้ช่วยอะไรเลย คนเรามักทุกข์ไปก่อนเกินเหตุ แล้วต่อให้มันเกิดปัญหาขึ้นจริงๆ เราไปทุกข์ตอนนั้นก็ยังทัน ตั๋วทุกข์ไม่มีหมด มีแจกตลอดเวลา ไม่ต้องรีบไปแย่งมา เราไม่ได้ monopoly ความทุกข์ มันไม่ใช่เรื่อง personal เราไม่ได้มีความทุกข์อยู่คนเดียว ใครๆ ก็มีความทุกข์กันทั้งนั้น เรื่องนั้นบ้าง เรื่องนี้บ้าง ฝนไม่ได้ตกอยู่บนหัวเราคนเดียว แบบสติ๊กเกอร์ใน line ปัญหามีไว้ให้แก้ ไม่ได้มีไว้ให้กลุ้ม การอ่านเป็นการเปิดโลกกว้าง […]

นักลงทุน 4 แนว /ดร.นิเวศน์ เหมวชิรวรากร

การลงทุนหรือเล่นหุ้นในตลาดหลักทรัพย์นั้น มีวิธีหรือแนวทางใหญ่ ๆ 4 แบบ แนวทางแรกคือ แนว “เทคนิค” ที่นักลงทุนระยะสั้นนิยมใช้กันมาก เครื่องมือหรือข้อมูลที่ใช้ก็คือราคาและปริมาณการซื้อขายหุ้นในอดีต แนวทางที่สองคือแนว Value Investment หรือ VI ที่ต้องอาศัยการวิเคราะห์ข้อมูลปัจจัยทางเศรษฐกิจ อุตสาหกรรม และตัวบริษัทอย่างละเอียดถี่ถ้วนเพื่อหามูลค่าที่แท้จริงของกิจการก่อนลงทุน แนวทางที่สามคือ Growth Investment หรือการลงทุนในหุ้นเติบโตที่เน้นการค้นหากิจการที่มีศักยภาพในการเติบโตของธุรกิจสูงเป็นพิเศษ และแนวทางสุดท้ายก็คือ การลงทุนแบบ Passive หรือการลงทุนที่ไม่เน้นการเลือกหุ้น แต่เน้นการกระจายการลงทุนในหุ้นจำนวนมากและจัดสรรทรัพย์สินให้เหมาะสมเพื่อที่จะลดความเสี่ยงและเพิ่มผลตอบแทนให้อยู่ในระดับที่เหมาะสม นักลงทุนแนว “เทคนิค” มีความเชื่อว่า การขึ้นลงของราคาหุ้นขึ้นอยู่กับ “จิตวิทยา” หรือความเห็นหรืออารมณ์ของคนเล่นหุ้นเป็นหลัก พื้นฐานหรือผลประกอบการหรือความเข้มแข็งของกิจการนั้น ถ้าจะมีผลก็ไม่เกิน 10% ดังนั้น เราแทบไม่จำเป็นต้องดู สิ่งที่ต้องดูจริง ๆ ก็คือพฤติกรรมและการเคลื่อนไหวของราคาและปริมาณการซื้อขายหุ้นในแต่ละช่วงเวลาซึ่งอาจจะเป็นนาทีเป็นวันหรือเป็นเดือน เพราะข้อมูลเหล่านี้จะเป็นตัวที่จะชี้ว่าราคาหุ้นในอนาคตอันสั้นจะวิ่งไปทางไหนและที่ราคาเท่าไร ทฤษฎีหรือความเชื่อของนักเทคนิคก็คือ ข้อแรก ข้อมูลทั้งหมดของบริษัทเช่น กำไรและปันผลในอดีต และผลประกอบการในอนาคตของบริษัทนั้น ถูกสะท้อนอยู่ในราคาหุ้นทั้งอดีตและปัจจุบันหมดแล้วไม่ว่าจะดีหรือร้าย ดังนั้นไม่ต้องไปวิเคราะห์หรือดูว่าผลประกอบการในอดีตเป็นอย่างไร ว่าที่จริงแทบไม่ต้องดูด้วยซ้ำว่าบริษัททำอะไรหรือขายสินค้าอะไร และ หลักการข้อสองของนักเทคนิคก็คือ ราคาหุ้นนั้นมักเคลื่อนไหวไปตาม “เทรนด์” หรือแนวโน้มของมัน […]

วีไอ SLOW LIFE /วีระพงษ์ ธัม

ในช่วงที่ผ่านมาวิถีชีวิตที่กำลังเป็นกระแสใน Social Media คือเรื่องราวชีวิต Slow Life ซึ่งเป็นวิถีชีวิตที่แสวงหา “ความช้า” ในสังคมคนเมืองที่เร่งรีบ เทคโนโลยีใหม่ ๆ อำนวยความสะดวก ช่วยให้มนุษย์แข่งกับเวลาได้อย่างสมบูรณ์แบบ เราวิ่งแข่งกับเวลา เพราะเชื่อว่ามันเป็นเงินเป็นทอง และดูเหมือนกับว่าโลกการลงทุนยุคนี้ก็เร่งรีบเช่นเดียวกัน มีข่าวสารมากมายที่เกิดขึ้นในแต่ละวัน ไหลผ่านช่องทางที่หลากหลาย ผมเคยลองนับข้อความทาง LINE และ E-mail ไม่รวมเวปบอร์ด Facebook ที่เกี่ยวกับหุ้นในหนึ่งวัน มีร่วมพัน ๆ ข้อความทีเดียว ท่ามกลางการลงทุนปีนี้ที่มีแต่ “ข่าวร้าย” มาลองดูว่าแนวคิด วีไอ SLOW LIFE จะเหมาะกับการลงทุนในยุคนี้หรือไม่ ต้นเหตุที่การลงทุนในยุคนี้รวดเร็วยิ่งขึ้นกว่าเดิม เพราะคอมพิวเตอร์และอินเทอร์เน็ตมาช่วยงานมนุษย์ด้านการลงทุนไม่แพ้ด้านอื่น ๆ ของชีวิต ในการลงทุนแบบเทคนิคอลเราสามารถตีกราฟที่ซับซ้อน ด้วยการใส่ตัวแปรต่าง ๆ มากมายเพียงแค่คลิ้กเดียว ต่างจากยุคที่เซียนหุ้นเทคนิคอลในอดีตที่ค่อย ๆ วาดกราฟลงบนกระดาษเอง ในวิถีวีไอ ข้อมูลอัตราส่วนทางการเงิน ก็มีให้ใช้โดยที่เราไม่ต้องกดเครื่องคิดเลขเองเหมือนแต่ก่อน เมื่อซัก 5-10 ปีที่แล้ว เวลาที่งบออก วีไอจะมีช่วงให้ค่อย ๆ […]

เรื่องราวของคุณยาย นักลงทุน

คุณยาย Grace Groner ซึ่งเพิ่งเสียชีวิตไปเมื่อเดือนมกราคม ด้วยอายุ 100 ปี เธอเป็นเด็กกำพร้าตั้งแต่อายุสิบสอง ครอบครัวที่รับอุปการะ ส่งเสียเธอให้เข้าเรียนที่ Lake Forest College พอเรียนจบมา เธอก็ทำงานเป็นเลขานุการที่บริษัท Abbott Lab และใช้เงินเก็บมาลงทุนเล็กน้อย โดยซื้อหุ้นของบริษัท Abbott Lab เป็นจำนวนสามหุ้น (หุ้นละ 60 เหรียญ) เธอใช้ชีวิตเรียบง่ายมาทั้งชีวิต พอเธอเสียชีวิต ก็เลยบริจาคหุ้นเหล่านั้นให้ Lake Forest College ใช้เป็นทุนการศึกษาให้นักศึกษาได้ไปศึกษาในต่างประเทศ หุ้นสามหุ้นในราคาหุ้นละ 60 เหรียญ รวมเป็นเงิน 180 เหรียญ ซื้อในปี 1935 ปัจจุบันมีมูลค่าเป็น 7 ล้านเหรียญ คิดเป็นผลตอบแทนประมาณ 15% ทบต้นเป็นเวลา 75 ปี เลือกลงทุนในกิจการที่ดี และให้เวลาเป็นตัวสร้างผลตอบแทนให้เรา

บทความการลงทุน สอนลูกเรื่องเงินทอง

3 กูรูด้านการลงทุน แนะวิธีส่งต่อความมั่งคั่งสู่ทายาท พร้อมวิธีสอนลูกใช้เงินอย่างคุ้มค่าและเป็นสุข คนฟุ่มเฟือยชอบทำอะไรเกินตัว แม้จะร่ำรวยสุดท้ายก็มักขัดสน คนนิสัยประหยัด แม้จะยากจนก็มักมีเหลือเก็บ ความสำคัญของ “เงิน” อยู่ที่คุณค่าการใช้ ไม่ใช่ “ปริมาณ” สามดอกเตอร์สอนลูกเรื่องเงิน ส่งต่อ “ความรวย” ด้วยศาสตร์และศิลป์ เพราะพวกเขามองว่า..ชีวิตของลูกอยู่ในกำมือของพ่อแม่ ตลอดชีวิตการลงทุนที่ผ่านมา ดร.นิเวศน์ เหมวชิรวรากร จะเลือกเฟ้นแต่เฉพาะหุ้น “เฟิร์สคลาส” (ชั้นหนึ่ง) ตรงกันข้ามกับวิถีการใช้ชีวิตจะใช้แบบ Economy (คุ้มค่า) โดยมองทุกอย่างที่ความคุ้มค่าของเงิน และประโยชน์ที่ได้รับกลับมา โดยจะไม่จ่ายอะไรที่แพงเกินความจำเป็น เพราะฉะนั้น “การใช้จ่าย” เพื่อซื้อความสุข สำหรับ Value Investor จึงไม่ใช่ความสุขที่แท้จริง กูรูด้านการลงทุนหุ้นคุณค่าหมายเลขหนึ่งของเมืองไทย เล่าว่า วิธีสอนเรื่องการใช้เงินกับ “น้องแจน” น.ส.พิสชา เหมวชิรวรากร (นักศึกษาหลักสูตรนานาชาติ สาขาการจัดการการสื่อสารคณะนิเทศศาสตร์ จุฬาฯ) ลูกสาวคนเดียว ในฐานะพ่อจะทำตัวให้เป็นตัวอย่าง มากกว่าบอกว่าลูกต้องทำอย่างนั้นอย่างนี้ ส่วนตัวคิดว่าเด็กสมัยใหม่บางคน ไม่ถูกกดดันให้ต้องหาเงินเอง ทำให้มีคำถามกลับมาว่าทำไมต้องประหยัดด้วย อย่างเช่นน้องแจนไปเที่ยวบ้านเพื่อน ก็จะกลับมาถามว่าทำไมเราไม่สร้างบ้านให้ใหญ่เหมือนเขา (ทั้งๆ […]

สิ่งที่หวงแหนที่สุด (การลงทุน)

การลงทุนแบบเน้นคุณค่า เป็นแนวทางการลงทุนที่มีพื้นฐานความเชื่อที่ว่า เราซื้อหุ้นซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของกิจการ กิจการที่มีกิจกรรมทางเศรษกิจ มีคนทำงานกันจริงๆ ในฐานะผู้ถือหุ้นหากกิจการมีกำไร เราจะได้รับส่วนแบ่งกำไรนั้นไม่ว่าจะเป็นราคาหุ้นที่ปรับเพิ่มขึ้นหรือรับ ส่วนแบ่งเงินสดอย่างเงินปันผล หน้าที่ของนักลงทุนคือซื้อหุ้นของบริษัทที่ราคาที่ต่ำกว่ามูลค่าที่ควรจะ เป็น เพราะนั่นจะทำให้เรามีกำไรสูงสุด ทัศนคติที่ว่า”การวิเคราะห์หุ้นคือการวิเคราะห์กิจการ” จึงสำคัญ ทัศนคติจะเป็นเหมือนเข็มทิศที่ส่งผลต่อพฤติกรรมและความคิดในการลงทุนของเรา ทัศคติที่ถูกต้องทำให้เราเดินไปถูกเส้นทาง คนฉลาดมากๆหากเลือกเส้นทางผิดก็อาจไม่ถึงจุดหมาย ในทำนองเดียวกันคนที่ไม่ได้ฉลาดมาก หากเขาหรือเธอเลือกเดินในเส้นทางที่ถูกต้องก็ถึงจุดหมายได้แม้ต้องใช้เวลา บ้างก็ตาม ในโลกการลงทุนจริงๆมีปัจจัยทางด้านอารมณ์เข้ามาเกี่ยวข้องบ่อยๆ การดำรงทัศนคติให้แน่วแน่ ไม่สั่นคลอนไปตามกระแสต่างๆเป็นเรื่องที่ทำได้ยากเย็น อารมณ์กลัวจะทำให้นักลงทุนขายหุ้นไปตอนที่ตลาดตกต่ำซึ่งทำให้เขาเสียหายสูง สุด(ทั้งที่ควรจะซื้อ) ความโลภจะทำให้นักลงทุนมองแต่โลกที่สดใสและพร้อมจะซื้อหุ้นในทุกๆราคา(ทั้ง ที่ควรจะขาย) และความริษยา ทำให้นักลงทุนมองวิธีการลงทุนของคนอื่นดีกว่าของตัวเองเสมอ ปัจจัยอารมณ์เหล่านี้เป็นธรรมชาติที่อ่อนแอของมนุษย์ เป็นความจำเป็นที่่เราต้องรู้เท่าทันและเอาชนะความอ่อนแอที่ติดตัวเรามานี้ ให้ได้ ทัศนคติที่ถูกต้องจะทำให้เราเอาชนะความอ่อนแอนี้ได้ และจะทำให้เราข้ามผ่านเวลาที่แย่และเวลาที่เลวร้ายสุดๆ ไปได้ เมื่อเรายึดกิจการเป็นหลัก เราจะไม่ขายหุ้นเพียงเพราะตลาดตกต่ำ เราจะไม่ซื้อหุ้นตอนที่ตลาดมองโลกในแง่ดีมากๆ และเราจะไม่อิจฉาคนอื่นที่ใช้แนวทางอื่นและทำกำไรได้มากกว่า เพราะในโลกการลงทุนจริงๆผลตอบแทนระยะยาวที่มากกว่า 20%ต่อปี เป็นสิ่งที่คนเพียง”หยิบมือเดียว”ในโลกเท่านั้นที่ทำได้ ผลตอบแทนที่สูงกว่านั้นเป็นสิ่งไม่ยั่งยืน เป็นเพียงการมองโลกด้านดีด้านเดียว การมองโลกในแง่ดีทำให้เรามองแต่ผลตอบแทนจนละเลยความเสี่ยง ทั้งที่ความจริงในโลกธุรกิจหรือทุกอย่างในโลกนี้มีความเสี่ยงแฝงอยู่ทั้ง สิ้น ถ้าเปรียบเทียบการการลงทุนแนว vi คงเป็นการเดินทีละก้าวอย่างช้าๆแต่มั่นคงเต็มไปด้วยความระมัดระวัง และมักไม่เดินถอยหลัง การรับความเสี่ยงมากๆเพื่อผลตอบแทนสูงๆเหมือนการกระโดดที่พร้อมจะเจ็บตัวได้ ทุกเมื่อ นักลงทุนแบบ vi กับทัศนคติที่ว่าหุ้นคือบริษัท […]

อาจารย์ของผม : ชาร์ลี มังเจอร์ (ฉบับภาษาไทย) จากนิตยสาร “China Entrepreneur”

เมื่อ 20 ปีก่อน ผมเป็นเด็กหนุ่มที่มาเรียนที่อเมริกา นึกไม่ถึงว่าวันนี้ผมจะมีอาชีพเป็นนักลงทุน และนึกไม่ถึงว่าผมจะโชคดีที่ได้พบกับกูรูร่วมสมัยทางด้านการลงทุนอย่างชา ร์ลี มังเจอร์ ในปี 2004 มังเจอร์ได้เป็นหุ้นส่วนในด้านการลงทุนของผม และหลังจากนั้นเป็นผู้ให้คำปรึกษา และเพื่อน — เป็นโอกาสที่ผมไม่เคยคิดฝันมาก่อน ผมจบจากมหาวิทยาลัยโคลัมเบียในปี 1996 และก่อตั้งบริษัทเพื่อการลงทุนในปี 1997 ถือเป็นจุดเริ่มต้นกับอาชีพการลงทุน ตั้งแต่วันนั้นจนถึงวันนี้ นักลงทุนบุคคลและสถาบันส่วนใหญ่ยังคงใช้ปรัชญาในการลงทุนที่มีพื้นฐานที่ เรียกว่า “bad theories” ตัวอย่างเช่น พวกเขาเชื่อในสมมุติฐานที่ว่าตลาดมีประสิทธิภาพ ดังนั้นจึงเชื่อว่าความผันผวนของราคาหุ้นเป็นความเสี่ยงอย่างแท้จริง และตัดสินผลงานของคุณจากความผันผวนนั้น ในความคิดของผม ความผันผวนของราคานั้นไม่ใช่ความเสี่ยง แต่ความเสี่ยงคือการขาดทุนอย่างถาวรต่างหาก การตกลงของราคาหุ้นไม่ใช่แค่ความเสี่ยง แต่เป็นโอกาสต่างหาก คำถามคือคุณจะหาหุ้นถูกๆ จากที่ไหนได้อีกล่ะ? ดูอย่างผิวเผิน ผมพบว่าผู้จัดการกองทุนที่มีชื่อเสียงยอมรับทฤษฎีของบัฟเฟตและมังเจอร์ และชื่นชมในผลงาน แต่ในทางปฏิบัติกลับทำในสิ่งตรงข้าม เนื่องจากลูกค้าของพวกเขาก็ทำในสิ่งที่ตรงข้ามเช่นกัน พวกเขายังคงยอมรับทฤษฎีที่ว่า “ความผันผวนคือความเสี่ยง” และ “ตลาดมักถูกเสมอ” โอกาสที่มาโดยไม่ได้คาดคิดทำให้ผมได้พบกับชาร์ลี มังเจอร์ ซึ่งเป็นทั้งผู้ให้คำปรึกษา และเพื่อน ผมพบกับชาร์ลีครั้งแรก ที่บ้านของเพื่อน ในขณะที่ผมทำงานด้านการลงทุนที่แอลเอ (LA) หลังจากเรียนจบจากมหาวิทยาลัย ความประทับใจแรกที่ผมพบคือ […]

วิกฤตต้มยำกุ้ง (ฉบับเต็ม) / Banyong Pongpanich

วิกฤตต้มยำกุ้ง โดย คุณ บรรยง พงษ์พานิช ตอนที่ 1 2 กรกฎาคม 2556… 16 ปีแห่งความหลังงงงงง วันนี้ ตื่นแต่เช้าตรู่ สิ่งแรกที่นึกถึง ก็คือเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นในวันนี้ของ16 ปีที่แล้ว..เป็นอันว่าได้เล่าเรื่องเก่าอีกวัน(สงสัยจะแก่จริง) 2 กค. 2540 ผมถูกโทรศัพท์ปลุกตั้งแต่ตีห้าครึ่ง โดยอาจารย์เปี๋ยม(ดร.ศุภวุฒิ สายเชื้อ)โทรมาบอกว่า แบงค์ชาติปลุกCEO ธนาคารทุกคนให้ไปประชุมตอน 7 โมงเช้า น่าจะมีการลดค่าเงิน ปรากฎว่าอ.เปี๋ยมคาดผิดไปนิดหนึ่ง เขาไม่ได้ลดค่าเงิน แต่เขาลอยตัวค่าเงินบาท ซึ่งมันก็ลอยลง ลอยลง อย่างรวดเร็ว จาก 25 บาทต่อUS$ เป็น 40เป็น 50 ไปโน่นเลย นั่นเป็นฉาก เริ่มต้นของหนังยาวที่ชาวไทยจำได้ดี เพราะเป็นหนังที่รวบรวมทั้ง drama, thriller, adventure, โศกเศร้ารันทด, สยองขวัญ ครบทุกรสชาด(ยกเว้น comedy เพราะขำไม่ออกเลยจริงๆ) 16 ปีผ่านไป เรามาย้อนดูอีกทีว่าเกิดอะไรขึ้น…ใครกันวะ(ที่ไม่ใช่กู) […]

1 2 3 4 5 12