วิถีมหาเศรษฐี / W. Randall Jones

W. Randall Jones เขียนหนังสือชื่อ The Richest Man In Town โดยการสัมภาษณ์และวิเคราะห์คุณสมบัติ นิสัย แนวความคิด ปรัชญาการใช้ชีวิต และอื่น ๆ ของคนที่รวยที่สุดในเมืองต่าง ๆ ของอเมริกาจำนวน 100 คน เขาพบลักษณะร่วมของคนที่เป็นมหาเศรษฐี 12 ประการ มาดูกันว่ามีอะไรบ้าง 1) ไม่หาเงินเพื่อเงิน การทำอย่างนั้นคุณจะไม่ได้เงิน เงินจะมาก็ต่อเมื่อคุณทำในสิ่งที่ถูกต้อง และด้วยวิธีที่ถูกต้อง ทำในสิ่งที่คุณรักและมีความหลงใหลที่จะทำ คุณต้องทำในสิ่งที่มีคุณค่าเป็นประโยชน์ แล้วเงินจะมาเอง มันเป็นผลพลอยได้ ในมุมของ VI หรือนักลงทุนเน้นคุณค่า ผมคิดว่ามันถูกต้องตรงกัน อย่าลงทุนแบบจ้องหาหรือหมกมุ่นกับผลตอบแทนเกินไป มีความสุขกับการลงทุน ทำหรือเลือกลงทุนอย่างถูกต้อง เงินจะมาเอง 2) รู้ว่าตัวเองเป็นอะไร รู้จุดอ่อนจุดแข็งของตัวเอง ที่สำคัญต้องรู้ว่า อะไรคือความสามารถหรือความเชี่ยวชาญที่สุดของตัวเอง ถ้าคุณคิดว่าต้องไปทำงานทุกวัน นั่นก็ผิดแล้ว งานจะไม่ใช่งานถ้าคุณทำแล้วมีความสุขและเป็นสิ่งที่คุณอยากทำ วอเร็น บัฟเฟตต์เคยบอกกับซูซี่อดีตภรรยาที่ล่วงลับไปในตอนที่แต่งงานกันใหม่ ๆ ว่า เขาจะต้องรวย เหตุผลไม่ใช่เพราะเขาทำงานหนักหรือมีความเก่งเป็นพิเศษ […]

thaisa

November 13, 2015

สรุปความรู้งาน วิศวกรลงทุนหุ้นคุณค่า 8 Oct 2015

Credit: earthcu @ThaiVI เนื่องด้วยมีโอกาสได้ไปร่วมงาน วิศวกรลงทุนหุ้นคุณค่า ในวันพุธที่ 7 ตุลาคม 2558 ที่ผ่านมา Intania Leadership Network ครั้งที่ 10/2558 หัวข้อ “วิศวกรลงทุนหุ้นคุณค่า” วิทยากร 1.)ดร.นิเวศน์ เหมวชิรวรากร วศ.2515 อดีตผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการใหญ่ สายบริหารนโยบายและความเสี่ยง ธนาคารนครหลวงไทย 2.)คุณพีรนาถ โชควัฒนา วศ.2523 กรรมการผู้จัดการ บริษัท ซันคัลเล่อร์ โอ.เอ. จำกัด 3.)คุณณัฐชาต คำศิริตระกูล วศ.2540 กรรมการและเลขาธิการ สมาคมนักลงทุนเน้นคุณค่า (ประเทศไทย) จึงอยากจะสรุปความรู้ที่ได้จากงานครั้งนี้บางส่วนเผื่อเป็นประโยชน์ต่อเพื่อนนักลงทุนท่านอื่นๆที่ไม่ได้มาร่วมงานนี้ครับ 1.อย่าไปพยายามสร้างรายจ่ายที่ไม่จำเป็น การที่ไม่ค่อยมีรายจ่ายนั้นสามารถทำให้เรานำเงินเก็บไปลงทุนต่อยอดได้ ยกตัวอย่างของวิธีการที่ประหยัดของเหล่าวิทยากร เช่นหาหอพักใกล้ๆกับบริษัทสามารถเดินไปทำงานได้ทำให้ไม่ต้องซื้อรถ หรือบางคนเลือกไปทำงานต่างจังหวัดที่มีที่พักให้ฟรีและมีอาหารให้ซึ่งแทบจะทำให้แทบไม่มีค่าใช้จ่าย ในบางคนนั้นอาจจะสามารถเก็บเงินได้ถึง 70-80%ของเงินรายได้ 2.ช่วงเวลาการลงทุนนั้น จะมีโอกาสที่ในบางครั้งทั้งหุ้นที่ดีและหุ้นที่ไม่ดี ราคาหุ้นตกทั้งหมด ซึ่งนั่นจะเป็นโอกาสที่จะให้เราไปซื้อหุ้นดีๆ เช่นมียอดขายดี กำไรดี ปันผลเยอะเช่นเกือบ 10% บริษัทไม่ค่อยมีหนี้ […]

thaisa

October 11, 2015

สัมมนา ฟัง วิเคราะห์ลงทุน เพื่อให้คุณคิดได้อย่างเซียน

Credit: amornkowa @ThaiVI คนแรก เสี่ยปู่ สมพงษ์ ชลคดีดำรงกุล เคยรับราชการที่สภาพัฒน์ เป็นคนชอบเสี่ยง มาดูตลาดหุ้นที่สยามเซ็นเตอร์แล้วชอบมาก คิดว่าอนาคตต้องเป็นนักลงทุนให้ได้ สุดท้ายก็ลาออกมาลงทุนเต็มตัว เริ่มจากการเก็งกำไร แรกๆไม่มีความรู้ เจอ Black Monday หมดตัว หยุดพักเป็นปี หาเงินเล็กๆน้อยๆตามตลาด กลับมารอบที่2 ช่วงนั้นเป็นนักเก็งกำไรเหมือนเดิม ไม่มีแนวลงทุนอื่น ช่วงแรกที่ขาดทุนนั้น ดัชนีดาวโจนท์ตกลงจาก 2200 เหลือแค่ 1700 จุด ในวันเดียว ความไม่รู้มันเยอะ เงินฝรั่งตอนนั้นมีอิทธิพลมาก ซื้อขายตามฝรั่ง ตอนนั้น floor แค่ 10% Floor เป็นเดือน ช่วงนั้นมีเงิน Margin 30% ซื้อได้ 100% ภาพตลาดตอนนั้น อยู่รอดได้ยาก รอบใหม่เก็งกำไร สภาวเศรษฐกิจเติบโตอยู่มาก financeลงจาก 100 มาเหลือแค่ 10-20% พอประมาณผลการดำเนินงานดีมากๆ ราคาก็กลับขึ้นมา Ceiling […]

thaisa

October 9, 2015

หุ้นธรรมดา กำไรไม่ธรรมดา / คนขายของ

เมื่อสิบปีก่อน ในปี 2005 ดัชนี Dow Jones อยู่ที่ราวๆ 10,000 จุด ผ่านมา 10 ปี ในตอนนี้ ดัชนีมาอยู่ที่ประมาณ 16,000 จุด หรือ เพิ่มขึ้นราว 60% จากเมื่อสิบปีที่แล้ว จากการศึกษาหุ้นที่ให้ผลตอบแทนในระดับสูงสุด 40 อันดับที่มีมูลค่ากิจการมากกว่า 1 พันล้านเหรียญขึ้นไปพบว่า ราคาของหุ้นเหล่านั้นปรับขึ้นไปสูงกว่าดัชนีมาก โดยผลตอบแทนของหุ้นเหล่านี้อยู่ในช่วง 8-65 เท่า เมื่อดูลงไปในรายละเอียดพบว่า หุ้นส่วนใหญ่ในกลุ่ม “Top Performers” นี้อยู่ในอุตสาหกรรมที่มักมีการลงทุนในเทคโนโลยี และงานวิจัยเป็นจำนวนมาก เช่น อุตสาหกรรมยา ไบโอเทค และ ไอที แต่ในขณะเดียวกัน กลับมีหุ้นบางตัว ที่อยู่ในอุตสาหรรมที่ดูธรรมดา และอาจจะอิ่มตัวแล้ว เช่น ร้านอาหาร เครื่องดื่ม และเครื่องครัว กลับแทรกตัวขึ้นมาอยู่ในกลุ่มนี้ได้ บริษัทเหล่านี้มีอะไรดีจึงสามารถสร้างผลตอบแทน ให้กับผู้ถือหุ้นได้อย่างมหาศาลในรอบสิบปีที่ผ่านมา? Buffalo Wild Wings ร้านอาหารที่เมื่อสิบปีที่แล้วมีมูลค่ากิจการราวหนึ่งหมื่นล้านบาท […]

thaisa

September 18, 2015

เรื่องจริงไม่อิงนิยาย / คนขายของ

การลงทุนในหุ้นสามารถสร้างความมั่งคั่งได้จริงหรือ? เป็นคำถามที่หลายๆคนคงสงสัย โดยเฉพาะ อย่างยิ่งในเวลานี้ที่ตลาดหุ้นมีความผันผวนอย่างมาก ผมเชื่อว่าคนที่มีฐานะปานกลางในสังคมไทย ส่วนใหญ่น่าจะเคยมีประสบการณ์การลงทุนในหุ้น แต่มีหลายคนเลิกสนใจการลงทุนเมื่อเจอวิกฤตตลาดหุ้น จนมูลค่าของพอร์ตลดลงอย่างน่าใจหาย ทำให้หลายคนขายหุ้นล้างพอร์ตไม่หันหน้ากลับมาลงทุนอีก หลายคนลงทุนในหุ้นเหมือนเป็นรายได้เสริม ซื้อๆขายๆในระยะสั้น ได้เงินมาเลี้ยงเพื่อนบ้าง ซื้อมือถือใหม่บ้าง แต่ไม่กล้าที่จะลงทุนแบบมีนัยยะสำคัญ มีบางคนอ้างว่านักลงทุนที่ประสบความสำเร็จนั้นส่วนใหญ่มีการศึกษาสูง เป็นคนเคยทำงานในแวดวงการเงินบ้าง รู้ข้อมูลวงในบ้าง จึงประสบความ สำเร็จ คนธรรมดาไม่ได้เรียนสูงและทำงานเป็นลูกจ้างคงไม่มีวัน ในบทความนี้ผมของยกเรื่องจริง ของชายธรรมดา นามว่า Ronald Read มาเล่าสู่กันฟัง Ronald Read หลังจากรับใช้ชาติด้วยการไปรบในสงครามโลกครั้งที่สอง เขากลับมาทำงานเป็น เด็กปั๊มที่รัฐ Vermont จนเกษียณ หลังเกษียณเขาทนอยู่เฉยๆไม่ได้ เลยไปสมัครเป็นพนักงาน ทำความสะอาดที่ห้างสรรพสินค้า JC Penny ชายผู้ใช้ชีวิตธรรมดา ขับรถโตโยต้ามือสองคันเล็กๆ ใส่เสื้อผ้าเก่าๆ กลายเป็นข่าวใหญ่ในอเมริกาเมื่อเขาเสียชีวิตลงในปีที่แล้ว พร้อมพินัยกรรมบริจาคเงิน ราว 4.5 ล้านเหรียญให้กับโรงพยาบาล และ อีก 1.5 ล้านเหรียญให้กับห้องสมุด จากสินทรัพย์รวม ที่เขามีอยู่ทั้งหมดราว 8 ล้านเหรียญ ผู้คนต่างสงสัยว่าเขามีเงินขนาดนี้ได้อย่างไร? […]

thaisa

September 11, 2015

อารมณ์ของนักลงทุน/ดร.นิเวศน์ เหมวชิรวรากร

สิ่งที่นักลงทุนจะต้องคิดและจัดการนั้น นอกจากการศึกษาหาข้อมูลและวิเคราะห์กิจการและตัวหุ้นแล้วก็คือ “อารมณ์และความรู้สึก” ของตัวเองเวลาลงทุน เพราะเรื่องนี้มีผลต่อความสำเร็จ อาจจะไม่น้อยไปกว่าความสามารถในการเลือกหุ้น ลองมาดูกันว่ามีอารมณ์ที่สำคัญอะไรบ้างที่เราจะต้อง “ควบคุมดูแล” หรือจัดการให้อยู่ในสภาพที่เหมาะสมเพื่อที่จะได้ลงทุนอย่างมีประสิทธิภาพ ความโลภ นี่เป็นอารมณ์ที่สำคัญมากที่มักจะมีผลกระทบต่อการลงทุนอย่างแรง สุภาษิตโบราณของไทยบอกว่า “โลภมากมักลาภหาย” แต่ในการลงทุนนั้น นอกจากลาภจะหายแล้ว เราก็อาจจะ “หมดตัว” ได้ด้วย ความโลภในเรื่องของการลงทุนนั้นก็คือ เราไม่ได้ต้องการเพียงผลตอบแทนที่ “เหมาะสม” จากการลงทุนซึ่งมักจะมาพร้อมกับความเสี่ยงที่เหมาะสมด้วย แต่เรา “โลภมาก” อยากได้ผลตอบแทนที่สูงลิ่วเกินกว่าที่ตัวกิจการหรือหุ้นจะให้ได้ ดังนั้นหลาย ๆ คนจึงใช้ “เครื่องมือขยายผล” ที่จะเพิ่มผลตอบแทน เช่น การเล่นหุ้นด้วยมาร์จินซึ่งก็คือการกู้เงินมาลงทุน หรือแทนที่จะลงทุนในหุ้นปกติก็ไปเล่นวอแร้นต์ของหุ้นที่มักมีราคาต่ำและราคาขึ้นลงบางทีเป็นหลายเท่าของหุ้นตัวแม่ ผลที่เกิดขึ้นก็คือ ความเสี่ยงของการลงทุนเพิ่มขึ้นมาก และมีโอกาสที่เราจะ “หมดตัว” นั่นก็คือ ถ้าหุ้นตกหนักถึงจุดหนึ่งในช่วงเวลาหนึ่ง เงินลงทุนของเราอาจจะกลายเป็นศูนย์ได้ ดังนั้น ถ้าไม่มีเหตุผลที่ชัดเจนจริง ๆ แล้วละก็ เราก็อย่าไปโลภขนาดนั้น ถ้าหุ้นมันดีจริงเราก็กำไรดีมากอยู่แล้ว ไม่มีความจำเป็นที่จะต้องไป “รีบรวย” เกินไป ความโลภนั้น ยังทำให้เรา “ทุ่มซื้อหุ้น” ในยามที่ตลาดหุ้นร้อนแรงมากกว่าปกติเพราะเราเห็นว่าจะทำเงินได้มาก นี่ก็เป็นสิ่งที่เกิดขึ้นตลอดมานั่นก็คือ คนจำนวนมากนั้น […]

thaisa

August 25, 2015
1 2 3 4 5 22